ชวนอุดหนุนเกษตรกรหอมหัวใหญ่ 3 แหล่งผลิตภาคเหนือปีนี้ ให้ผลผลิตรวมกว่า 3.5 หมื่นตัน

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 11:44 น.
ชวนอุดหนุนเกษตรกรหอมหัวใหญ่ 3 แหล่งผลิตภาคเหนือปีนี้ ให้ผลผลิตรวมกว่า 3.5 หมื่นตัน
สศท.1 ระบุ ก.พ. – มี.ค. ผลผลิตออกมาก ชวนร่วมอุดหนุนเกษตรกร บริโภคหอมหัวใหญ่ไทย

นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่ ปีเพาะปลูก 2564/65 ในพื้นที่รับผิดชอบของ สศท.1 ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ 95 ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ

โดยปีเพาะปลูก 2564/65 (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) คาดว่ามีเนื้อเพาะปลูกรวม 3 จังหวัด 8,606 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีเนื้อที่เพาะปลูก 8,328 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3) เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น ด้านผลผลิต คาดว่าจะมีปริมาณรวม 35,044 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 32,740 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7) เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหอมหัวใหญ่ได้ดี คาดว่าไม่มีฝนตกในช่วงการเก็บเกี่ยว

สำหรับการเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ปัจจุบันมีจำนวนเกษตรกรเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ ทั้ง 3 จังหวัด (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2565) รวม 3,765 ราย เกษตรกรจะเริ่มทยอยปลูกในเดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน (ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 3 เดือนนับจากวันเพาะปลูก) โดยผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2564 ไปจนถึงเดือนเมษายน 2565

ทั้งนี้ ผลผลิตจะเริ่มออกมากตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ (ร้อยละ 28 ของผลผลิตทั้งหมด) และจะออกมากสุดในเดือนมีนาคม (ร้อยละ 53 ของผลผลิตทั้งหมด) โดยราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ย (ราคา ณ เดือนมกราคม 2565) 13 บาท/กก.

ทั้งนี้ ด้านการส่งออก ไทยมีการส่งออกทั้งในรูปแบบหอมหัวใหญ่สด และหอมหัวใหญ่แห้ง ไปยังตลาดคู่ค้าสำคัญ ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินเดีย เป็นต้น

จากการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตหอมหัวใหญ่ จำนวน 5 กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ จะเห็นได้ว่าภาพรวมผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ดี และบางกลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ผาตั้ง จ.เชียงราย ได้เก็บเกี่ยวผลิตเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ในช่วงที่เกษตรกรกำลังทยอยระบายผลผลิตออกสู่ตลาด โดยราคาขายอยู่ที่ 11-15 บาท/กิโลกรัม

ส่วนกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต และประมาณร้อยละ 5 เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว คาดว่า ปริมาณผลผลิตปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่ กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต

อย่างไรก็ตาม เริ่มพบปัญหาหอมเป็นเชื้อรา ซึ่งมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาว และมีหมอกลง กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา จ.เชียงใหม่ หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต ผลผลิตที่ได้คาดว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา และกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่ หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตโดยคาดว่าจะได้ผลผลิตดีเช่นกัน

สำหรับแนวทางบริหารจัดการหอมหัวใหญ่ ทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จะมีการกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้สินค้ากระจุกตัว เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรักษาเพื่อยืดอายุสินค้าให้ยาวขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหอมหัวใหญ่ โดยกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการปลูกหอมหัวใหญ่ จัดหาแหล่งน้ำหรือจัดระบบชลประทาน ลดต้นทุนการผลิตสนับสนุนและหาแหล่งเงินทุนให้กับเกษตรกร ส่งเสริมการจำหน่ายโดยส่งเสริมให้เกษตรกรคัดคุณภาพ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้กับเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต

“ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ในภาคเหนือออกมาจำนวนมาก จึงอยาก ขอเชิญชวนทุกท่าน หันมาอุดหนุนและบริโภคหอมหัวใหญ่ที่ผลิตโดยเกษตรกรไทยให้มากขึ้น เพราะหอมหัวใหญ่ที่ผลิตในประเทศนั้น มีรสชาติหวานนุ่ม กลิ่นไม่ค่อยฉุน เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนาและแน่นกรอบ มีคุณภาพที่ดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย รวมถึงการสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่ดี มีความมั่นคงยิ่งขึ้นอีกด้วย” ผู้อำนวยการ สศท.1 กล่าว