OMICRON เสี่ยงกระทบค่าครองชีพสูง-เงินเฟ้อ แต่มองจ้างงานดีขึ้น จากเปิดประเทศ  

วันที่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 15:49 น.
OMICRON เสี่ยงกระทบค่าครองชีพสูง-เงินเฟ้อ แต่มองจ้างงานดีขึ้น จากเปิดประเทศ  
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ระบาดโอมิครอน ทำเสี่ยงดัชนีเศรษฐกิจครองชีพครัวเรือนหดตัวเล็กน้อย ประชาชนยังห่วงค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่มีมุมมองดีขึ้นด้านรายได้-จ้างงาน หลังรัฐผ่อนคลายมาตรการ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานผลวิจัยระบุ การปรับลดลงต่อจากความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัจจัยการเปิดประเทศหนุนมุมมองเกี่ยวกับรายได้และการจ้างงานแต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเรื่องไวรัส OMICRON ความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นยังกดดันดัชนีต่อเนื่องแต่ปัจจัยเรื่องการเปิดประเทศช่วยให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อยในเดือนพ.ย. 64

สถานการณ์ราคาสินค้าที่สูงขึ้นยังคงสร้างความวิตกกังวลให้กับภาคครัวเรือนต่อเนื่องจากเดือนก่อนโดยครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับราคาสินค้าในทุกหมวดทั้งราคาพลังงาน ราคาอาหาร สอดคล้องกับดัชนีเงินเฟ้อในเดือนพ.ย.64 ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 7 เดือนอยู่ที่ 2.71%

โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นหลังเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มการระบาด และการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยอยู่ที่ 1.5 แสนคน (33วัน) ซึ่งมากกว่าในช่วงไตรมาส 3 ที่มีการเปิด Phuket sandbox ที่ 65,670 คน

ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนมุมมองของครัวเรือนเกี่ยวกับรายได้และการจ้างงานให้ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนส่งผลให้ในภาพรวมดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในเดือนพ.ย.64 ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 34.7 จาก 34.9 ในเดือนต.ค. 64

ขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3เดือนข้างหน้าเป็นไปในทิศทางเดียวกับปัจจุบันอยู่ที่ 36.5 จาก 36.7ในเดือนต.ค.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทำการสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับความต้องการของครัวเรือนในการบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพสูงขึ้นที่อาจต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 ผลสำรวจระบุว่าครัวเรือน 56.0% ต้องการมาตรการเยียวยาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐ เช่น การลดค่าน้ำค่าไฟในช่วงที่ผ่านมา 

ขณะที่อีก 19.0%ระบุว่าต้องหารายได้เพิ่มอย่างน้อยที่สุดประมาณ 30% จากระดับรายได้เฉลี่ยปี2564 บ่งชี้ว่าราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้กดดันกำลังซื้อของภาคครัวเรือนต่อเนื่อง โดยการหารายได้เพิ่มขึ้นอาจทำได้ค่อนข้างจำกัดสำหรับแรงงานบางกลุ่มที่ยังได้รับผลกระทบ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เต็มที่

ดังนั้นในปี 2565 แม้ว่าสถานการณ์การระบาของโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายมีการเปิดประเทศต่อเนื่อง อัตราการได้รับวัคซีนครอบคลุมแต่กำลังซื้อของภาคครัวเรือนอาจยังไม่ฟื้นกลับมาได้เต็มที่ อีกทั้งหากมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (Omicron) เป็นวงกว้างจนกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจจะยิ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคต่อเนื่อง

ในระยะข้างหน้าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังมีความเปราะบางสูง ทั้งจากความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น) ที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของการบริโภคแล้ว ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากเรื่องการกลายพันธุ์ของไวรัสโอมิครอนที่ปัจจุบันยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลที่สำคัญหลายอย่าง แม้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะจำกัดแต่ยังต้องรอติดตามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าต่อไป

ดังนั้นในช่วงที่กิจกรรมเศรษฐกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวและมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการกลายพันธุ์ของไวรัสมาตรการเยียวยาค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของการบริโภคจึงยังมีความจำเป็น รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันโรคระบาดควบคู่ไปกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมและวัคซีนเข็มที่สาม