เอบีมฯ กางผลวิจัยโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถEV ในไทยยังไม่พร้อม

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 16:25 น.
เอบีมฯ กางผลวิจัยโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถEV ในไทยยังไม่พร้อม
เอบีม คอนซัลติ้ง เผยผลสำรวจคนไทย 3ใน4 ยังไม่มั่นใจความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถ EV ส่งผลกระทบต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

รายงานข่าวจาก เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) บริษัทที่ปรึกษาด้าน Business และ Digital Transformation เผยข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับทัศนคติของคนไทยต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicles (EV) 

โดยผลสำรวจระบุว่า คนไทยเกือบ 3 ใน 4 ยังขาดความเชื่อมั่นด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่ในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอ ในขณะที่จำนวนผู้ขับขี่รถยนต์ที่สนใจหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยจากการสำรวจโดย เอบีม คอนซัลติ้ง เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 มีทัศนคติที่ดีและเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่ง (55%) เชื่อว่าการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) คุ้มค่ากว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์สันดาปภายในแบบธรรมดาในระยะยาว และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (48%) ยังเชื่อว่า BEV มีคุณภาพที่เชื่อถือได้ และ 2 ใน 5 (41%) จะพึงพอใจกับการขับ BEV

นอกจากประสบการณ์ที่ได้รับในการขับขี่แล้ว ความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมและแรงจูงใจในการซื้อก็มีความสำคัญเช่นกัน ผลสำรวจระบุว่า ผู้ขับรถยนต์ 7 ใน 10 คน (71%) เชื่อว่าการซื้อ BEV จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และ 43% เห็นด้วยว่ารัฐบาลควรมีข้อเสนอที่น่าสนใจเพียงพอสำหรับการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้ BEV 

ในทุกๆ ทุกปียอดขาย EV มีจำนวนเพิ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดขายของปี 2564 ถึงแค่เดือนตุลาคม มียอดขายที่สูงกว่ายอดขายของปี 2564 ตลอดทั้งปี และถึงแม้ว่าผู้ขับขี่ชาวไทยจะมีความเชื่อมั่นอย่างมากต่อการเป็นเจ้าของ EV แต่ก็ยังมีเพียง 3% จากผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ทั้งหมด ที่วางแผนจะซื้อรถครั้งต่อไปภายใน 3 ปีข้างหน้า ที่วางแผนที่จะซื้อ BEV

โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ครอบคลุมถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ชาวไทยที่คิดจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โดยเกือบ 3 ใน 4 (72%) เชื่อว่าสถานีชาร์จสาธารณะมีไม่เพียงพอ และ 67% มีความกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดในระหว่างการเดินทาง และผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่ง (50%) กังวลว่าการชาร์จจะใช้เวลานานเกินไป และ 2 ใน 3 (66%) ต้องการชาร์จให้เต็มได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อชาวไทยอย่างน้อย 50% มีความเห็นว่าจำเป็นต้องมีพื้นที่ครอบคลุมสถานีชาร์จอย่างน้อย 80% เมื่อเทียบกับปั๊มน้ำมัน ในกรณีที่มีการใช้ EV อย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันในประเทศไทยมีสถานีชาร์จสาธารณะเพียงแค่1,000 แห่งเท่านั้น เมื่อเทียมเทียบกับสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง

นายโจนาธาน วาร์กัส รุยซ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท เอบีม       คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในขณะที่มีการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้เพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการชาร์จสำหรับผู้บริโภคถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน และในขณะที่สถานีสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตได้ดีในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างพันธมิตรที่ดีระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และผู้ให้บริการด้านพลังงาน 

และเพื่อเป็นการขยายความร่วมมือดังกล่าว การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานจึงมีความจำเป็น ในเบื้องต้นเรามีเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับจำลองรูปแบบการจราจร ความแออัด ตลอดจนเส้นทางที่ใช้ในการเดินทาง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะสามารถช่วยระบุตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ควรต้องเร่งดำเนินการและลงมือทำก่อนที่จะพลาดโอกาสสำคัญ”

ทั้งนี้ เอบีม คอนซัลติ้ง ร่วมกับ Autofleet พันธมิตรเพื่อให้บริการทดสอบการทำงานเสมือนจริงของธุรกิจ EV สำหรับทดสอบประสิทธิภาพของระบบการทำงาน รวมถึงการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม EV ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการด้าน EV ของ เอบีม คอนซัลติ้ง