‘สุริยะ’เกาะติดโควิด-ราคาพลังงาน หวั่นกระทบภาคอุตสาหกรรม

วันที่ 30 พ.ย. 2564 เวลา 12:50 น.
‘สุริยะ’เกาะติดโควิด-ราคาพลังงาน หวั่นกระทบภาคอุตสาหกรรม
‘สุริยะ’ ชี้ดัชนีผลผลิตอุตฯฟื้นตัวดีขึ้น หลังคลายล็อกดาวน์ ดันส่งออกโตต่อเนื่อง 8 เดือน คาดจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปีนี้โต 3.9 % พร้อมเฝ้าระวังราคาพลังาน-โควิดพันธุ์ใหม่ ฉุดกิจกรรมทางศก.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.อุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาคการผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI เดือนตุลาคม 2564 ขยายตัว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากหลายประเทศได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก สะท้อนได้จากตัวเลขการส่งออกปี 2564 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 15-16

นอกจากนี้นโยบายการเปิดประเทศของไทยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนและแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ลดลง เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ปรับประมาณการดัชนี MPI ปี 2564 ขยายตัวขึ้น ร้อยละ 5.2 ส่วนจีดีพีภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 3.9 และในปี 2565 ประมาณการดัชนี MPI ขยายตัวร้อยละ 4.0-5.0 ส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5  

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป อย่างใกล้ชิด ซึ่งหลายประเทศได้กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลก

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ระดับ 97.99 ขยายตัวร้อยละ 2.91 เมื่อเทียบกับ เดือนเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการระบายของโรคโควิด-19  โดย 10 เดือนแรก อยู่ที่ระดับ 97.26 ขยายตัวร้อยละ 5.93 อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 64.07 โดย 10 เดือนอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 63.26 ส่งสัญญาณดีขึ้นจากสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแรงงานในสถานประกอบการ ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับดัชนีแรงงานในอุตสาหกรรมสำคัญหลายกลุ่มเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนยังคงขยายตัว อาทิ ยานยนต์ขยายตัวร้อยละ 4.14 ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวร้อยละ 12.13 เครื่องปรับอากาศขยายตัวร้อยละ 5.3

ขณะที่การคลายล็อกดาวน์ของประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ทำให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การผลิตรถยนต์กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า โดยความต้องการซื้อในประเทศและต่างประเทศเริ่มขยายตัวในหลายสินค้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว นอกจากนี้ มีคำสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อใช้ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่

ส่วนการส่งออกของไทยยังมีการขยายตัวที่ดี โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนตุลาคม 2564 ขยายตัวร้อยละ 13.86 มูลค่า 18,000.50 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถังและอากาศยาน) ขยายตัวร้อยละ 12.65 มูลค่า 17,458.30  ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์     เม็ดพลาสติก เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ใน

ด้านการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว ร้อยละ 25.39 ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ รวมถึงการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 25.52 ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย จากการจัดทำระบบชี้นำและเตือนภัยภาคอุตสาหกรรมของ สศอ. พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีสัญญาณของสถานการณ์การผลิตปกติต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ดีขึ้น หลังจากที่ส่งผลกระทบให้ดัชนีหดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2562 โดยภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นสอดรับกับการเปิดประเทศและคู่ค้าหลักขยายตัวได้ดีขึ้นตามคำสั่งซื้อใหม่เพื่อการส่งออกและคาดว่าจะส่งสัญญาณปกติจนถึงเดือนธันวาคม 2564 และเดือนมกราคม 2565