คนไทยใช้น้ำมันลดลงหลังเผชิญโควิด สวนทางมูลค่านำเข้าพุ่ง 51%

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 13:45 น.
คนไทยใช้น้ำมันลดลงหลังเผชิญโควิด สวนทางมูลค่านำเข้าพุ่ง 51%
กรมธุรกิจพลังงานแจง 10 เดือนยอดใช้น้ำมันทุกชนิดลดลง จับสัญญาณเปิดประเทศดันศก.ฟื้น ชี้น้ำมันเครื่องบินเพิ่ม 16% ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งดันมูลค่านำเข้าแพงกว่าปกติ

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่าภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันรอบ 10 เดือนของปี 2564 (มกราคม-ตุลาคม) ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.1 โดยการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ลดลงร้อยละ 42.9 กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 9.3 กลุ่มดีเซลลดลงร้อยละ 5.9 น้ำมันก๊าดลดลงร้อยละ 5.7 ขณะที่การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8  ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0และการใช้เอ็นจีวี ลดลงร้อยละ 19.6

สำหรับการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน ช่วง 10 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 28.40 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 9.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อพิจารณาปริมาณการใช้กลุ่มแก๊สโซฮอล์พบว่าลดลงร้อยละ 9.1 มาอยู่ที่ 27.75 ล้านลิตร/วัน  การใช้แก๊สโซฮอล์ 91อยู่ที่  6.79 ล้านลิตร/วัน  แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 14.56 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 อยู่ที่ 5.65 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.74 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ ส่วนน้ำมันเบนซินลดลงมาอยู่ที่ 0.66 ล้านลิตร/วัน

เมื่อพิจารณาการใช้กลุ่มเบนซินเฉพาะเดือนตุลาคม 2564 พบว่า การใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 มาอยู่ที่ 28.56 ล้านลิตร/วัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของทุกชนิดน้ำมัน ยกเว้นน้ำมันเบนซิน เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยบางกิจกรรมสามารถดำเนินการและขยายเวลาการให้บริการได้ (โรงภาพยนตร์ ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์การค้า สนามกีฬาร้านอาหาร โรงมหรสพ เปิดได้ถึงเวลา 22.00 น.) การจำกัดการรวมกลุ่มไม่เกิน 50 คน และปรับมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานเป็น 23.00 – 03.00 น. (มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2564) เพื่อเตรียมพร้อมการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564

ด้านการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลช่วง 10 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 60.85 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 5.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 การใช้ลดลงมาอยู่ที่ 35.64 ล้านลิตร/วันหรือลดลงร้อยละ 19.  น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2562 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.60 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้ 1.05 ล้านลิตร/วัน

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเฉพาะเดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ 58.74 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2563  เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ พบว่า ปริมาณการใช้ดีเซลหมุนเร็ว บี7 เพิ่มขึ้นจาก 37.04 ล้านลิตร/วัน มาอยู่ที่ 39.32 ล้านลิตร/วัน สวนทางกับการใช้ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ลดลงจาก 20.52 ล้านลิตร/วัน มาอยู่ที่ 12.46 ล้านลิตร/วัน โดยเป็นผลจากส่วนต่างราคา บี7 – บี10 ซึ่งลดลงจาก 3.00 บาท/ลิตร ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2564 เป็นไม่มีส่วนต่างราคาระหว่างวันที่ 11 - 31 ตุลาคม 2564 ตามสัดส่วนผสมไบโอดีเซลขั้นต่ำร้อยละ 6 ของ บี7และบี10 สำหรับการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ โดยอยู่ที่ 2.10 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากมีการใช้น้ำมันดีเซลทดแทนก๊าซธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.36 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 42.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งภายหลัง ศบค. เห็นชอบการปรับลดวันกักตัวของชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และต่อมาสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อนุญาตให้สายการบินขนส่งผู้โดยสารได้ตามความจุของเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2564 จึงส่งผลให้การใช้น้ำมัน Jet A1 ในเดือนตุลาคม 2564 เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ซึ่งอยู่ที่ 4.04 ล้านลิตร/วัน มาอยู่ที่ 4.73 ล้านลิตร/วัน หรือเพิ่มร้อยละ 16.9

ส่วนการใช้แอลพีจีเฉลี่ยอยู่ที่ 16.51 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  เนื่องจากการใช้ในภาคปิโตรเคมีที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ 7.39 ล้านก.ก./วัน และการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.84 ล้านกก./วัน ขณะที่ภาคครัวเรือนมีการใช้อยู่ที่ 5.59 ล้านกก./วัน หรือเพิ่มร้อยละ 1.6)  ด้านการใช้ในภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 1.69 ล้านกก./วันหรือลดลงร้อยละ 17.3

การใช้เอ็นจีวีเฉลี่ยอยู่ที่ 3.09 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 19.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยเป็นผลจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ประกอบกับจำนวนสถานีบริการและรถเอ็นจีวีที่ลดลง

น.ส.อันธิกา กล่าวถึง การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 885,018 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 1.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 57,049 ล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 51.2

สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และแอลพีจี) ลดลงมาอยู่ที่ 34,049 บาร์เรล/วัน หรือลดลงร้อยละ 21.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้า 2,162 ล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 มูลค่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ไบโอดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และแอลพีจีโดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 199,457 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 14,280 ล้านบาท/เดือน หรือเพิ่มร้อยละ 71.9