แอสตร้าเซนเนก้า เดินแผนผลิตวัคซีนเจน2 รหัส AZ2816 รับมือไวรัสสายพันธุ์หลากหลาย 

วันที่ 27 พ.ย. 2564 เวลา 13:15 น.
แอสตร้าเซนเนก้า เดินแผนผลิตวัคซีนเจน2 รหัส AZ2816 รับมือไวรัสสายพันธุ์หลากหลาย 
แอสตร้าเซนเนก้า-รัฐบาลไทย จัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดส พร้อมทยอยส่งมอบไตรมาสสามปี65 พร้อมเร่งพัฒนาผลิตวัคซีนรุ่น 2 รหัส AZD2816 เทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ รับมือสายพันธุ์ไวรัสหลากหลายมากขึ้น

นายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในขณะนี้ได้ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 35 ล้านโดส และสัปดาห์หน้าจะประกาศจำนวนที่ส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน สอดคล้องกับเป้าหมายในปี 2022 ที่มุ่งให้ความสำคัญลำดับแรก แรกคือ สามารถส่งมอบวัคซีน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทยได้ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ทุกคนในไทยได้ต้องได้รับวัคซีน

โดยแอสตร้าเซนเนก้า และ รัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบภายในไตรมาสที่สาม ของปี 2565 เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับการผลิตวัคซีนรุ่น 2 รหัส AZD2816 โดยใช้เทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) เช่นเดิม แต่มีการพัฒนาเพื่อให้รับมือกับสายพันธุ์ไวรัสที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะเห็นผลของการพัฒนานี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 

อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า (AZD1222) ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ก็มีประสิทธิผลสูงมากเช่นกัน ในการศึกษาทางคลินิกสามารถป้องกันการป่วยรุนแรงได้ 80-90%

โดยในปีหน้าแอสตร้าเซนเนก้ายังคงมีเป้าหมายที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้คนในการเข้าถึงยา เข้าถึงวัคซีน การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคร้ายแรงโดยเฉพาะกลุ่ม NCDs และรวมถึงรักษากระบวนการทำงานที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน โดยแอสตร้าเซนเนก้ายังมีเป้าที่จะขยายความร่วมมือกับองค์กรสาธารณสุขมากขึ้นในอนาคต

“เรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามปณิธานของบริษัทโดยการนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถต่อสู้กับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้าขอยืนยันว่าเราทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะเร่งกระบวนการผลิตให้สามารถนำวัคซีนมาใช้รับมือกับโรคระบาดได้โดยเร็วที่สุด” นายเจมส์ กล่าว 

สำหรับแนวคิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยขยายฐานการผลิตไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็วโดยที่เรายังคงรักษามาตรฐานการผลิตไว้ได้ 

ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้า พร้อมยึดมั่นภารกิจสำคัญในการผลิตและส่งมอบวัคซีนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพให้ได้เร็วที่สุดโดยร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว กว่า 2 พันล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ มากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก 

และ ประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนจำนวนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ และมากกว่า 175 ล้านโดสถูกส่งให้กว่า 130 ประเทศ ผ่านโครงการ COVAX

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นมากว่า 12 ปี ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นโรงงานผลิตยาชีววัตถุ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงในการผลิต เช่น ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง (EPO) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรัง และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว (GCSF) ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด 

โดยยาทั้ง 2 ตัว สามารถบำบัดรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยลดการพึ่งพายาจากต่างชาติ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย

ในกระบวนการผลิตของโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ นับเป็นพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงตั้งโรงงานมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี แต่ตอบโจทย์ของประเทศในวันนี้ ทั้งเรื่องการแพทย์ และโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ (BCG Model) เป็นการยกระดับสู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่โรงงาน และมีการเสริมหลักการ Circular Economy ที่นำของเสียจากโรงงานมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร โดยได้นำไปใช้ในโครงการหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย และ Green Economy ด้วยการสร้างโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

อีกทั้งเทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงที่ใช้ในการผลิตยา ยังมีความใกล้เคียงกับเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตวัคซีนแบบไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) ของแอสตร้าเซนเนก้า จึงทำให้มีศักยภาพในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีน และได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตในเวลาต่อมา

สำหรับการที่สยามไบโอไซเอนซ์จะได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ด้วยผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหลายขั้นตอน และทางแอสตร้าเซนเนก้าก็เล็งเห็นว่า โรงงานมีความพร้อมมากที่สุด เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล มีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าได้ทุกขั้นตอนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ สามารถรองรับการขยายกำลังการผลิตได้ในอนาคต 

โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา สยามไบโอไซเอนซ์ได้ปรับแผนการผลิตยาชีววัตถุเดิม เพื่อผลิตวัคซีนที่ได้ตรงตามมาตรฐานของแอสตร้าเซเนก้าในเวลารวดเร็วที่สุด เพื่อส่งมอบวัคซีนคุณภาพให้กับคนไทย และประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อที่ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติในเวลาเร็วที่สุด 

ในปัจจุบัน มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าช่วยป้องกันผู้ป่วยโควิดไปประมาณ 50 ล้านราย ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 5 ล้านราย และช่วยชีวิตคนมากกว่าหนึ่งล้านชีวิต จากการศึกษาค้นคว้าในระยะทดลองในคลินิก และข้อมูลการใช้งานจริงแสดงให้เห็นได้ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าปลอดภัย