โควิด-WFH ดันตลาดสัตว์เลี้ยงโตสวนกระแสศก.มูลค่ากว่า 3.85 หมื่นลบ.

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 20:26 น.
โควิด-WFH ดันตลาดสัตว์เลี้ยงโตสวนกระแสศก.มูลค่ากว่า 3.85 หมื่นลบ.
Work from Home -กลุ่มวัยมิลเลนเนียล ดันธุรกิจสัตว์เลี้ยงโตสวนกระแส หลังคนทำงานอยู่บ้านมีเวลาช้อปปิ้งออนไลน์ คาดปีนี้สร้างมูลค่าตลาดกว่า 3.85 หมื่นล้านบาท

นางดวงรัตน์ อุดมสมพร รักษาการผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสัตว์เลี้ยงกำลังได้รับการตอบรับที่ดีจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยมิลเลนเนียล เพราะมีกำลังทรัพย์พร้อมสรรหาสัตว์เลี้ยงมาเป็นตัวแทนความรักเป็นเพื่อนคลายความเหงา และพร้อมจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของตน ซึ่งในช่วงปี 2563-2564 ที่มีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน

ทั้งนี้ทุกๆปีตลาดสัตว์เลี้ยงจะมีการเติบโตประมาณ 5-10% และมักจะเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนคนโสด คู่รักที่ไม่มีบุตร  คู่รักกลุ่ม LGBTQ  และจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีมากขึ้น สัตว์เลี้ยงจึงเป็นเหมือนตัวแทนความรัก และถูกยกระดับให้เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยงธรรมดาๆ ทำให้มีการดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักเหล่านี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหารที่ดีมีคุณภาพ จึงทำให้สินค้ากลุ่มพรีเมียมได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาพยาบาลที่ดี เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวอยู่กับเจ้าของไปนาน ๆ

ขณะเดียวกันภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา แม้จะส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว และส่งผลกระทบมายังอุตสาหกรรมในกลุ่มสัตว์เลี้ยงในช่วงต้น เนื่องจากประชาชนเกิดความตกใจและระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่ด้วยช่วงครึ่งปีหลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินการต่อได้ทำให้กำลังซื้อฟื้นกลับคืนมา ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมต่อตลาดสัตว์เลี้ยง และทำให้มีแนวโน้มการเติบโตได้ประมาณ 1-5% โดยในปี 2564 ประเมินว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงจะอยู่ที่ประมาณ 3.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.67 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น “นีโอ” จึงใช้โอกาสดีในครั้งนี้จัดงาน Pet Expo Thailand 2021 ซึ่งเป็นงานแฟร์ด้านสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดของประเทศไทย ภายใต้ธีม “ดินแดนเพื่อนรัก  เหนือกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน 2564  โดยคาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 30 ล้านบาท