ปีใหม่เงินสะพัดเกือบ9หมื่นล.

วันที่ 24 ธ.ค. 2553 เวลา 14:54 น.
ม.หอการค้า คาด ปีใหม่เงินสะพัดเกือบ 9 หมื่นล้าน ขยายตัว 10.5% สูงสุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2549 เนื่องจากประชาชนมีความเชื่อมั่นดี รายได้สูงขึ้น โดยส่วนใหญ่ใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แผนการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปีใหม่ปี 2554 คาดว่าจะมีการใช้จ่ายรวมทั่วประเทศประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.5% ขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2549 เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น โดยเฉพาะราคายางพารา อ้อย ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นสามารถแก้ปัญหาได้เร็ว ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น และออกมาจับจ่ายใช้สอย

ทั้งนี้ การใช้จ่ายของประชาชน ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายไปเพื่อการท่องเที่ยว 56.7% แบ่งเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศมูลค่า 4.07 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.1% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจำนวน 6,857.84 บาท โดยมีสถานที่ยอดนิยม ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี อยุธยา เป็นต้น และประชาชนวางแผนที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. และกลับวันที่ 2 ม.ค. 2554 เฉลี่ยเดินทาง 4 วัน โดยประชาชนจำนวน 58.9% เดินทางโดยรถยนต์ 10.5% เดินทางโดยรถทัวร์ 9.2% รถตู้ 8.5% เครื่องบิน 6.7% รถบขส.และ 5.5% รถไฟ

ส่วนการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศจะมีมูลค่ารวม 2.41 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.9% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วนเพียง 7.1% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจำนวน 5.29 หมื่นบาท โดยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมีหลากหลาย ได้แก่ เอเชีย 77.3% ยุโรป 13.6% อเมริกา 4.5% ตะวันออกกลาง 2.3% และออสเตรเลีย 2.3%

ขณะที่อีก 43.3% ประชนเลือกที่จะอยู่บ้าน โดยใช้จ่ายไปในเรื่องการเลี้ยงสังสรรค์จำนวน 6,113 ล้านบาท ทำบุญ 7,237 ล้านบาท อุปโภคบริโภค 9,268 ล้านบาท ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 571 ล้านบาท และซื้อสินค้าคงทนจำนวน 907 ล้านบาท โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว พบว่า ประชาชนซื้อสินค้าจำนวนมากขึ้น 41% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 16.5%

“เทศกาลปีใหม่ในปีนี้จะคึกคักมาก มีมูลค่าการใช้จ่ายเหยียบ 9 หมื่นล้านบาท ทั้งด้านการท่องเที่ยว และการซื้อสินค้าจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากประชาชนมีความเชื่อมั่นดีขึ้น สอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 7.6% และแม้ว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามา แต่การแก้ปัญหาทำได้รวดเร็ว เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ผลักดันให้สินค้าเกษตรมีราคาที่สูงขึ้น รวมถึงการประกาศขึ้นเงินเดือน ค่าจ้าง ของรัฐบาล ส่งผลดีทางจิตวิทยา ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น จึงออกมาจับจ่ายอย่างคักคักมาก” นายธนวรรธน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้สำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์ของไทยในปี 2554 โดยประชาชนจำนวน 52% เห็นว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในปี 2554 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 64.6% ปริมาณสินค้าเท่าเดิม 43.2% โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กว่า 63.9% เห็นว่าระดับราคาสินค้าจะแพงขึ้นกว่าปัจจุบัน และ 839% เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์ควรจะมีโครงการธงฟ้าราคาประหยัดต่อไปอีกในปี 2554 เพื่อลดความเดือดร้อน และป้องกันการฉวยโอกาสการขึ้นราคาสินค้า