ภูเก็ต ฟิตจัด!! เข้มระบบสาธารณสุขรับไทยเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ วางเป้านักท่องเที่ยววันละหมื่น

วันที่ 23 ต.ค. 2564 เวลา 15:10 น.
ภูเก็ต ฟิตจัด!! เข้มระบบสาธารณสุขรับไทยเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ วางเป้านักท่องเที่ยววันละหมื่น
ภูเก็ต ฟผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนเปิดตัว Together Phuket Stepping Forward: ภูเก็ตก้าวไปด้วยกัน ชูนโยบาย ภูเก็ตน่าเที่ยว ปลอดภัย เข้าง่าย รับแนวโน้มผู้ติดเชื้อใหม่โควิด-19 ขาลง

รายงานข่าวระบุว่า จากการผนึกกำลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวภูเก็ต ตลอดจนการบูรณาการระบบรองรับที่ดี โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ภูเก็ตชนะ หมอพร้อมหรือ SHA และ SHABA ที่ออกแบบมาใช้กับ ‘แซนด์บอกซ์’ โดยเฉพาะทำให้โครงการ“ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” ประสบความสำเร็จด้วยดีนับแต่เริ่มโครงการเมื่อ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา องค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดภูเก็ตพร้อมแล้วที่จะนำภูเก็ตมาชูธงประเทศไทย ผงาดเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวของไทยและของโลกอีกครั้ง

โดยได้มีการจัดทาวน์ฮอลล์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมผลักดันก้าวต่อไปของภูเก็ต ในแคมเปญ“Together Phuket Stepping Forward: ภูเก็ตก้าวไปด้วยกัน” ในประเด็น “ภูเก็ตน่าเที่ยว ปลอดภัย เข้าง่าย กระจายรายได้ถึงมือทุกคน” รวมทั้งขานรับนโยบายของรัฐบาลที่จะเปิดประเทศกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้

นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในฐานะประธานเปิดงานฯ ว่าก้าวต่อไปจากภูเก็ตแซนด์บอกซ์ กับโครงการต่างๆ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของภูเก็ตกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในทุกภาค ส่วน “ก้าวต่อจากนี้ คือ ก้าวสำคัญที่พวกเราต้องทำให้เกิดการกระจายรายได้ให้มากที่สุด ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจลงให้มากที่สุด เพื่อการเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง ท่ามกลางสภาวะแห่งความผันผวน ภูเก็ตพร้อมเป็น Sandboxในทุกมิติการพัฒนา เพื่อสร้างประโยชน์ให้คนภูเก็ตและประเทศไทย

"ภูเก็ตในวันพรุ่งนี้ เราจะดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ด้วยการออกแบบอินฟราสตรักเจอร์และพรีเมียมเซอร์วิส ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความเข้มแข็งของเสาทั้ง 10 เสา ตั้งแต่เสาหลักคือการท่องเที่ยว ไปจนถึง การศึกษา การเกษตร การเป็นสมาร์ทซิตี้ เป็นสปอร์ททัวริซึม แกสโตโนมีคัลเจอร์ รวมทั้งเตรียมเสนอภูเก็ตเฮลท์แซนด์บอกซ์ ทำให้ภูเก็ตเป็นแซนด์บอกซ์ของทุกๆ รูปแบบรวมทั้งมีการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานรากไปพร้อมกันเพื่อให้ภูเก็ตกลับมาแข็งแรงสดใสอย่างยั่งยืน” นายณรงค์ กล่าว

ด้าน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวย้ำว่า มีการวางระบบความปลอดภัยในทุกๆด้านอย่างรัดกุม รวมถึงมาตรการเข้าภูเก็ตทั้งสำหรับผู้เดินทางในประเทศและจากต่างประเทศ โดยมาตรการเข้าออกภูเก็ตนับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ง่ายกว่าเดิมมากเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมของภูเก็ตในการเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และภูเก็ตพร้อมมากสำหรับการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ภูเก็ตก้าวไปด้วยกัน แล้วเราจะกลับมาดีกว่าเดิม

“ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ให้อะไรที่เป็นประโยชน์กว่าจำนวนเงินและตัวเลขนักท่องเที่ยว เพราะเราได้เรียนรู้ผิดถูก ขนาดรัสเซล โครว์นักแสดงระดับโลกยังบอกความประทับใจให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบสูตรแล้วลองมาเที่ยวภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์รวมถึงมั่นใจว่าสถานที่อื่นๆ ในประเทศไทยจะสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน เป็นข่าวดีที่คนระดับโลกยืนยันด้วยตัวเอง” นายปิยพงศ์ กล่าว

ขณะที่ นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่าล่าสุดสถานการณ์โควิดในภูเก็ต มีอัตราการใช้เตียงผู้ป่วยทุกประเภท เหลือเตียงว่าง 46.95%  ทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา โควิด-19 เชิงรุก (Phuket CCR Team) ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในชุมชน ให้ความสำคัญตรวจกลุ่ม 608 มีการลงทะเบียนเก็บตกวัคซีนในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในเว็บไซต์ www.ภูเก็ต ต้องชนะ.com พิจารณาการปิดLQ,CI, และ Hospitel

“โลกแห่งความจริงคือ เราจะพบ ผู้ติดเชื้อทั้งจากทางต่างประเทศและในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทีมสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตมีความเชื่อมั่นในการควบคุมและจัดการโควิด-19 ได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมการสนับสนุนของทุกภาคส่วน เราพร้อมที่จะอยู่กับโควิด-19อย่างปลอดภัย“ นพ.กู้ศักดิ์ กล่าว 

สำหรับสถานการณ์ในภูเก็ต หลังจากแซนด์บอกซ์เกิดพีคคนไข้มากหลังจากสายพันธุ์เดลตาระบาด แต่หลังจากการระดมฉีดวัคซีนทำให้การควบคุมโรคได้ผล นอกจากนี้ยังมีทีมตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาเร็ว รักษาเร็ว และฉีดวัคซีนให้กับคนที่เข้าถึงไม่ได้ หน่วยงานสาธารณสุขพร้อมรับคนที่จะมาเยือน และพร้อมที่จะดูแลทุกคนที่ติดเชื้อโควิดอย่างทันท่วงที

ด้าน นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ตมาตอกย้ำเรื่องวัคซีนและการป้องกันโควิด- 19ในจังหวัดภูเก็ตว่า“แนวโน้มผู้ติดเชื้อในปัจจุบันนับเป็นขาลง ซึ่งเป็นผลจากความพยายามของทุกฝ่าย รวมถึงประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งที่ได้รับเข็ม 2 และ เข็ม 3

โดยในปัจจุบัน ภูเก็ตมีอัตราการได้รับวัคซีนสูงสุดในประเทศ และเทียบได้กับเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก การฉีดบูสเตอร์เข็ม 3 ช่วยได้มากจะเห็นได้ว่าหลังจากปรับมาตรการวันที่ 16 ตุลาคมเป็นต้นมา ผู้ติดเชื้อก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น สำหรับคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม 608 และยังไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือฉีดยังไม่ครบโดส ตอนนี้เด็ก 12-17 ปีฉีดวัคซีนแล้ว 50% สำหรับคนไทยหรือคนที่อยู่ในภูเก็ต สามารถมาลงทะเบียนรับวัคซีนได้เลย ซึ่งมีวัคซีนเพียงพอสำหรับทุกคนที่ต้องการฉีดวัคซีน

นพ.สงวน คุณาพร ผู้ทรงคุณวุฒิ จังหวัดภูเก็ต กล่าวเสริมว่า หากเปรียบเทียบภูเก็ตกับเมืองท่องเที่ยวชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซีย์เชล มัลดีฟส์ สเปน หรือประเทศอังกฤษ โดยยกอังกฤษให้เป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับภูเก็ต นั่นคือ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้เหลือศูนย์ ด้วยยังจะพบตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ตามบริบท กิจกรรม และปริมาณผู้คนที่เดินทางเข้ามาภูเก็ต แม้เกือบทุกคนที่เข้ามาต้องฉีดวัคซีนหรือหายจากโควิดมาก่อน แต่ด้วยเหตุที่คนในเกาะส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนเดิมและเข็มกระตุ้น

ล่าสุด ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ก็จะไม่มีอาการ หรือป่วยเล็กน้อยคล้ายเป็นหวัด ผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าไอซียูหรือเสียชีวิตก็จะไม่มาก ระบบสาธารณสุขของภูเก็ตจะดูแลจัดการได้แน่นอน

"ถ้าไม่เปิดภูเก็ตตอนนี้ก็คงจะช้าเกินไป ชาวภูเก็ตฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มกันมากกว่า 80% แล้ว รวมทั้งได้รับการบูสเตอร์เข็ม 3 ด้วยแล้ว ดังนั้น ชีวิตต้องเดินต่อไป และเราจะไม่รอสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ คือ การปลอดจากโควิด 100% แต่เราเลือกที่จะอยู่กับโควิดอย่างรู้เท่าทันและเมื่อในคราวที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะติดโควิด เราจะเผชิญอย่างเข้าใจเพราะเรามั่นใจว่าผู้ได้วัคซีนครบ โอกาสป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจะต่ำมาก” นพ.สงวน กล่าว

นพ.บัญชา ค้าของ ที่ปรึกษาโรงพยาบาลอบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อจังหวัดภูเก็ตเปิดรับนักท่องเที่ยว “ความมั่นคงของชีวิต มิใช่เป็นเฉพาะเรื่องความมั่นใจว่าปลอดโรคปลอดภัย แต่รวมถึงการสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจทุกรูปแบบ ในฐานะที่ภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบ เราจะออกแบบปกติใหม่ร่วมกันที่ดีกว่าเดิม “เราจะเป็นเมืองที่อยู่กับโควิดอย่างตระหนักรู้ มีการบริหารจัดการการอยู่กับโควิดแบบชาญฉลาดโดยเฉพาะการปกป้องและให้กลุ่ม 608 ที่เป็นกลุ่มเปราะบางเข้าถึงระบบสาธารณสุข รวมทั้งต้องเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไปจนถึงรากหญ้า พัฒนาการศึกษาที่ต้องเดินไปด้วยกัน โดยอาศัยหลักชุมชนเข้มแข็ง พร้อมเปิดประตูให้กับแซนด์บอกซ์ในรูปแบบต่อๆ ไป

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตกับหัวข้อภูเก็ตจะเป็นอย่างไรต่อไป ที่กล่าวถึงภูเก็ตแซนด์บอกซ์ที่ผ่านมาว่าเป็นการเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวครั้งใหม่ แต่กว่าที่เศรษฐกิจของภูเก็ตจะดีเหมือนเก่านั้นคงต้องใช้เวลาและความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย จึงต้องสยายปีกให้ประตูสู่การท่องเที่ยวบานนี้เปิดกว้างมากขึ้นทุกช่องทาง ส่งผลให้เศรษฐกิจภูเก็ตกลับมาดี โดยมีจุดมุ่งหมายให้ ชาวภูเก็ตก้าวไปด้วยกันแบบมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะประคับประคองให้ผ่านพ้นวิกฤต

และเพิ่มความพยายามในการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจท่องเที่ยวสู่คนรุ่นต่อไปอย่างมั่นคงว่า “เรากำลังจะไปสู่สิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เราจะไปด้วยกันด้วยความมั่นใจ โดยมีเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยววันละ1 หมื่นคนต่อวัน เราคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อวันละ 30 คนซึ่งที่ผ่านมาเป็นผู้ป่วยสีเขียวหรือไม่มีอาการ ซึ่งระบบสาธารณสุขเรายังรองรับได้ แลกกับการจ้างงานเพิ่มขึ้น 30% และจะทำให้รูปแบบชีวิตปกติใหม่ของชาวภูเก็ตกลับมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นทางเศรฐกิจ เราจะมีรายได้ 16,320 ล้านบาท และเศรษฐกิจจะหมุนเวียน 35,000 ล้านบาท”

โดยในงานฯ มีผู้บริหารจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยที่เกี่ยวข้องด้าน ต่าง ๆ ทั้งด้านสาธารณสุข ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง ด้านการท่องเที่ยว อาทิ ผู้บริหารของโรงแรมต่างๆ ด้านอาหารและสันทนาการ ด้านการคมนาคม ด้านการศึกษา อีกทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวภูเก็ตที่จะนำการท่องเที่ยวกลับมาผงาดบนหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกและนำพาให้เศรษฐกิจกลับมารุ่งเรืองกระจายรายได้สู่ทุกครัวเรือนอย่างยั่งยืน ตามแคมเปญ “Together Phuket Stepping Forward: ภูเก็ตก้าวไปด้วยกัน”