'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ลงทุนกว่า 2.6 แสนล้านบาท เดินยุทธศาสตร์ ‘โก กรีน’ ดึงพันธมิตรสร้างอนาคตยั่งยืนธุรกิจโลจิสติกส์

วันที่ 12 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.
'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ลงทุนกว่า 2.6 แสนล้านบาท เดินยุทธศาสตร์ ‘โก กรีน’ ดึงพันธมิตรสร้างอนาคตยั่งยืนธุรกิจโลจิสติกส์
ดีเอชแอล ซัพพลายเชน โรดแมป 10ปีลงทุนกว่า 7พันล.ยูโร เดินแผนสร้างความยั่งยืนธุรกิจควบคู่พันธมิตร พร้อมดึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เอไอ วิเคราะห์ตลาดเชิงลึก รับเทรนด์อีคอมเมิร์ซซับซ้อน ในอนาคต

ลงทุน 7พันล้านยูโร มุ่ง"โก กรีน" เต็มตัวปี2050

ออสการ์ เดอ บอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ดีเอชแอล ซัพพลายเชน คณะกรรมการบริหาร ด๊อยช์โพสต์ ดีเอชแอลกรุ๊ป (DPDHL Group) ผู้ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ เปิดเผยว่า ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ระดับโลก วางแผนใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 7พันล้านยูโร (ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท) ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เพื่อใช้มาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การเพิ่มจำนวนรถขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ปล่อยมลพิษ และการดำเนินงานในอาคารที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ ส่วนหนึ่งของยุทธศาตร์ธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้า และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

สำหรับแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมาย 'ดีเอชแอล ซัพพลายเชน' ต่อการเป็นองค์กรความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ ได้เป็นศูนย์ในปี 2025 และจะต้องมีสัดส่วนราว 25% จากการนำวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีด้านต่างๆ มาปับใช้พร้อมร่วมวิเคราะห์ข้อมูล จากการนำพลังารสะอาดมาใช้ตลอดซัพพลายเชนการดำเนินธุรกิจ เช่น การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ เซลล์) บนหลังคาอาคาร เพื่อจัดเก็บพลังงานสำรองใช้งานกับแบตเตอรี การควบคุมอุณหภูมิในจุดต่างๆ เป็นต้น

ขณะที่ ปัจจุบัน ดีเอชแอลฯ มีการนำ ก๊าซชีวภาพ พลังงานสะอาด เช่น ไฮโดรเจน หรือ ไบโอแก๊ส มาใช้ร่วมกับหน่วยรถขนส่งสินค้าภาคพื้นดิน พร้อมจัดหาพลังงานทางเลือกประเภทต่างๆในการขนส่งทางอากาศ เป็นต้น รวมถึงในส่วนของคลังจัดเก็บสินค้า ที่เริ่มดำเนินการปรับลดปริมาณก๊าซคาร์บอนฯ ไปแล้วในขณะนี้มีสัดส่วน 25% ควบคู่ไปกับการให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ หรือ ซัพพลายเออร์ ไปพร้อมกันด้วย

สร้่างองค์กร 'โก กรีน สเปเชียลลิสต์'

สำหรับในประเทศไทย ดีเอชแอลฯ ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายด้าน อาทิ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ประมาณหนึ่งหมื่นหนึ่งพันตร.ม.ที่สำนักงานถนนบางนา พร้อมริเริ่มนำพลังงานสะอาดมาใช้ร่วมกับหน่วยรถขนส่ง พร้อมนำเทเลมาติกส์ นวัตกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม มาใช้ในการรับส่งข้อมูลระยะไกล เพื่อการติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถขนส่งสินค้าดีเอชแอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ดีเอชแอลฯยังให้ความสำคัญกับบุคลากร พนักงานองค์กร ผ่านโปรแกรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมศักยภาพให้ทีมงานที่มีความหลากหลาย ผ่านการฝึกอบรมแผนปฏิบัติงาน โก กรีน สเปเชียลลิสต์ เพื่อสร้างความยั่งยืนธุรกิจในแต่ละพื้นที่ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในระยะยาว ในฐานะผู้นำด้านซัพพลายเชน และ โลจิสติกส์ระดับโลก

"การจะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ พนักงานดีเอชแอล จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในด้านนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ปัจจุบันเรามีพนักงาน ราว หนึ่งแสนคน ที่จะต้องสร้างการเป็น โกกรีน สเปเชียลลิสต์ มีความเข้าใจด้าน คาร์บอน นูทรัล รวมถึงซัพพลายเออร์ ที่ทำงานร่วมกัน" นายออสการ์ กล่าว

สำหรับแนวทางดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ประเทศไทย ที่พบว่าภาพรวมธุรกิจการจัดส่งสินค้า มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการจับจ่ายซื้่อสินค้าในช่องทางออนไลร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงสองปีที่ผ่านมา จากทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิน์ซเติบโตด้าวกระโดด

จากแนวโน้มดังกล่าว ดีเอชแอลฯ ได้เตรียมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และ เทเลมาร์ติกส์ มาร่วมใช้เวิคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านต่างๆ ตลอดกระบวนการ เพื่อตอบโจทย์แลเพิ่มประสิทธิภาพด้านซัพพลายเชน ตลอดทั้งระบบ เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ในอนาคต ที่คาดว่าจะมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ ด้าน จากปัจจัยพฤติกรรมความต้องการลูกค้า และ การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์ ส่งผลให้ภาคธุรกิจองค์กรต่างๆ ปรับตัวไปสู่การทำงานในรูปแบบดิจิทัล

"โดยส่วนตัวมองว่า จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นๆ ในภาคธุรกิจ และ ซัพพลายเชน หลายที่จะมีการระบบออโตเมชัน มีการนำหุ่นยนต์ มาใข้งานควบคู่กับแรงงานมนุษย์ ขณะที่ระบบซัพพลายเชน สินค้าก็จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานมากขึ้น" นายออสการ์ กล่าว

หลังยุคโควิด-19 โอกาสธุรกิจรับอีคอมเมิร์ซซับซ้อน

ออสการ์ มองต่อไปถึงโอกาสของดีเอชแอลฯ ในปี2565 ว่าหลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต ในถภาพรวมอาจจะได้เห็นเทรนด์ของอีคอมเมิร์ซ ที่จะเติบโตต่อเนื่องอย่างก้าวกระโดด จากธุรกิจหรืองค์กรหลายแห่ง มีการเรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมา และหันมาเก็บกักตุน (สต็อก) สินค้าเป็นจำนวนมากขึ้นในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด เพื่อให้องค์กรเหล่านี้มีวัตุถิบหรือสินค้ารองรับตลอดความต้องการได้ต่อเนื่อง และเป็นโอกาสของดีเอชแอลฯ เข้าไปตอบสนองความต้องการดังกล่าว จากในช่วงที่ผ่านมาบริการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตประมาณ 30% ต่อปี 

ขณะที่ ภาพรวมการแข่งขันนั้น ดีเอชแอล มองว่าสิ่งสำคัญ ในฐานะที่เป็นผู้นำในตลาดซัพพลายเชน ด้วยมีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งทั้งหมด ดีเอชแอล ซัพพลายเชน จะมุ่งให้ความสำคัญหลักในการทำงานร่วมกับคู่ค้า ลูกค้า เพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับเทรนด์ความต้องการลูกค้าในอนาคต ด้าน "ออมนิ ชาแนล" จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังมองหาสินค้าในช่องทางออนไลน์ แต่สุดท้ายต้องการตัดสินใจหรือมาเลือกซื้อ ในช่องทางหน้าร้าน หรือ ออฟไลน์ ในท้ายสุด

ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่สินค้า หรือ ออปติไมซ์ ซัพพลายเชน ทั้งคลังสินค้า การขนส่ง การงมอบ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ ภาพรวมในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าในทุกช่องทาง