ยืนยันสินค้าไม่ขาดตลาด! พาณิชย์แนะไม่ต้องกักตุน

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 19:00 น.
ยืนยันสินค้าไม่ขาดตลาด! พาณิชย์แนะไม่ต้องกักตุน
อธิบดีกรมการค้าภายในยืนยัน ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อ มีการสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอ แนะประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 64 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังมีการระบาดที่เพิ่มมากขึ้น กรมการค้าภายใน ได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้าและการจำหน่ายกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และผู้ผลิต พบว่าประชาชนจะซื้อสินค้าในร้านโชว์ห่วยหรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน

ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ จะซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร ซอสปรุงรส อุปกรณ์ประกอบอาหาร และของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการซื้อลง แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง และส่วนหนึ่งได้หันไปสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ของห้าง และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ เพิ่มขึ้น

"สำหรับสถานการณ์ด้านปริมาณสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อ ยืนยันว่ามีการเตรียมสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอ และได้จัดเจ้าหน้าที่เติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง" อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าว

สำหรับสินค้าหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หน้ากากทางเลือก และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ยังคงมีปริมาณมากและเพียงพอ ซึ่งในส่วนของผู้ผลิตสินค้ายืนยันว่ายังคงสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านร้านท้องถิ่น และร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากโครงการของรัฐบาล ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าท้องถิ่น สามารถยังคงอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม หากความต้องการเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตยังคงมีสต็อกที่สามารถจัดส่งและเพิ่มกำลังผลิตได้อีก จึงมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน

"ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ให้ตรึงราคา และต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่เกินกว่าราคาที่กำหนด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องกักตุน และขอให้จัดซื้อตามที่จำเป็น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด" อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าว

อย่างไรก็ดี หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร หรือมีการกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้าโดยไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ