โควิดยังพ่นพิษ ฉุดยอดใช้น้ำมันเครื่องบินวูบ 73.9 %

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 14:53 น.
 โควิดยังพ่นพิษ ฉุดยอดใช้น้ำมันเครื่องบินวูบ 73.9 %
คนไทยใช้น้ำมันลดลง 3 เดือนแรกหายไป 7.7% ชี้น้ำมันเครื่องบินลดมากสุด ผลจากธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงักจากโควิด ขณะที่นำเข้าน้ำมันลดลงไป 5%

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันรอบ 3 เดือนของปี 2564 (มกราคม-มีนาคม) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.7 โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) ที่ลดลงร้อยละ 73.9 สำหรับการใช้กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.2 กลุ่มดีเซลลดลงร้อยละ 0.6 น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.1 น้ำมันก๊าดลดลง ร้อยละ 11.5   ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 และเอ็นจีวี ลดลงร้อยละ 31.2

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเดือนมกราคม-มีนาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 31.1 ล้านลิตร/วัน ลดลง ร้อยละ 0.2 โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลงมาอยู่ที่ 0.7 ล้านลิตร/วัน ลดลง ร้อยละ 9.7  กลุ่มแก๊สโซฮอล์ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30.4 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.1

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาการใช้กลุ่มเบนซินเฉพาะเดือนมีนาคม 2564 พบว่าการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 33.9 ล้านลิตร/วัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ 27.3 และ 32.2 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ) โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ทั้งนี้ การใช้น้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคมเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการและข้อบังคับต่างๆ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ดีขึ้น

การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเดือนมกราคม-มีนาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 67.2 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย (ลดลง ร้อยละ 0.6) สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี7 มีปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 40.0 ล้านลิตร/วัน (ลดลง ร้อยละ 22.3) น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2562 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 23.9 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 1.0 ล้านลิตร/วัน

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.6 ล้านลิตร/วัน ลดลง ร้อยละ 73.9 เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโดยสารเครื่องบินได้รับผลกระทบหนักอย่างต่อเนื่อง

การใช้แอลพีจี เฉลี่ยอยู่ที่ 16.4 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.5 โดยปริมาณการใช้ในภาคปิโตรเคมีขยายตัวและมีการใช้มากที่สุดอยู่ที่ 6.8 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.5 ถัดมาเป็นภาคอุตสาหกรรมมีการใช้อยู่ที่ 1.9 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.0  และภาคครัวเรือนมีการใช้อยู่ที่ 5.8 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.7 ขณะที่ภาคขนส่งมีการใช้ลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 1.9 ล้านกก./วัน ลดลง ร้อยละ 22.5

การใช้เอ็นจีวีเฉลี่ยอยู่ที่ 3.3 ล้านกก./วัน ลดลง ลดลง ร้อยละ 31.2 โดยเป็นผลต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับจำนวนสถานีบริการและรถเอ็นจีวีที่ยังคงลดลง

ด้านการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมกราคม-มีนาคม 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 922,120 บาร์เรล/วัน ลดลง ร้อยละ 4.9   โดยการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงมาอยู่ที่ 879,480 บาร์เรล/วัน หรือลดลง ร้อยละ 5.2 ส่งผลให้มูลค่าการนำเข้าลดลงมาอยู่ที่ 48,074 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ แอลพีจี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 42,640 บาร์เรล/วัน  คิดเป็นมูลค่านำเข้ารวม     อยู่ที่ 2,589 ล้านบาท/เดือน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.9

ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือนมกราคม-มีนาคม 2564  รวม 168,874 บาร์เรล/วัน ลดลง ร้อยละ 6.5 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 9,985 ล้านบาท/เดือน