พณ.ห่วงเอกชนแข่งขันยากหลังเปิดเสรีบริการอาเซียน

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2553 เวลา 16:18 น.

“พาณิชย์” เปิดเวทีรับฟังเปิดเสรีบริการอาเซียน รับเอกชนห่วงการบังคับใช้กฎหมายล้าสมัยทำแข่งขันยาก ชี้ทางออกเอกชนรวมตัวแข่งขัน 

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างตารางข้อผูกพันการค้าบริการ ชุดที่ 8 ของไทยในอาเซียน โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่กังวลประเด็นการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจบริการในปัจจุบันยังล้าสมัย รวมถึงการส่งเสริมและมาตรการรองรับของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลสาขาต่างๆ ซึ่งยังไม่มีแผนงานหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพราะการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถแข่งขันได้เมื่อมีการเปิดเสรี

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังเรียกร้องให้ภาคเอกชนด้วยกันเองรวมตันกันมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของไทยยังเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีที่ขาดเรื่องของเงินทุนและการบริหารจัดการที่ดี ขณะที่ภาครัฐควรมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน และมีเจ้าภาพในการสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะทำให้สามารถแข่งได้ในเวทีอาเซียน รวมถึงเวทีอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน

สำหรับเป้าหมายการเปิดเสรีการค้าบริการ โดยไทยและสมาชิกอาเซียนต้องเปิดให้สิทธินักลงทุนอาเซียนสามารถถือหุ้นได้ไม่ต่ำกว่า 70% ใน 4 สาขาเร่งรัด ได้แก่ ขนส่งทางอากาศ สุขภาพ การท่องเที่ยว โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องแก้ไขกฎหมายภายในของแต่ละประเทศให้สอดคล้องกับการเปิดเสรี ส่วนสาขาโลจิสติกส์ตั้งเป้าให้อาเซียนถือหุ้นได้ไม่ต่ำกว่า 70% ในปี 2556 และเปิดเสรีครบทุกสาขาในปี 2558

นายธเนศ วรศรัณย์ รองประธานฝ่ายพัฒนาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องสำคัญหากจะเปิดเสรี แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดเสรีให้อาเซียนถือหุ้นได้เกินครึ่งหนึ่ง  แต่ก็มีต่างชาติเข้ามามากมาย รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจะทำให้เวลาเปิดเสรีจริงจะเสียเปรียบ เพราะการทำธุรกิจกับประเทศอาเซียนมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เช่น ธุรกิจอพาร์ตเม้นต์ที่มีกำหนดชัดเจนว่ามีขอบเขตอย่างไร สำหรับการปรับตัวในส่วนของภาคเอกชนรายเล็กต้องเกาะกันเป็นเครือข่าย อาจจะเป็นธุรกิจเดียวกัน หรือข้ามเครือข่าย จึงจะพอจะแข่งขันได้ แต่ถ้าทำธุรกิจแบบตัดราคากันเองสุดท้ายธุรกิจก็ล้มตายกันหมด 

นายปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จุดอ่อนของไทยคือ มีคนทำธุรกิจโฆษณาและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์หรือการตลาด แต่ด้วยตัวโฆษณาเองต้องตามไปกับสินค้า แต่สินค้าไทยที่จะไปเป็นโกลเบิล แบรนด์ ยังมีน้อยมาก เพราะคนไทยมักจะชอบทำธุรกิจแข่งกันเองในประเทศมากกว่านอกประเทศ ซึ่งถ้ามีสินค้าไทยที่เป็นโกลเบิล แบรนด์ ก็อาจจะทำให้โฆษณาไทยออกไปในต่างประเทศได้ด้วย และถ้าจะรุกไปต่างประเทศก็ต้องไปด้วยกันหมดทุกบริการ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ