'บำรุงราษฎร์'ออกหนังสือชี้แจงภายในเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้รับวัคซีน ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

วันที่ 20 เม.ย. 2564 เวลา 12:07 น.
'บำรุงราษฎร์'ออกหนังสือชี้แจงภายในเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้รับวัคซีน ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดคำชี้แจง กรณีส่งแบบสำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปตามหลัก พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

จากกรณี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สั่งระงับการโฆษณาเรื่องรับจองวัคซีนโควิด-19 ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมบทลงโทษสถานพยาบาลโดยไม่ขออนุมัติ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10, 000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา รวมถึงโรงพยาบาลรายอื่นๆที่ดำเนินการลักษณะคล้ายคลึงกันนั้น 

ขณะที่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นหนึ่งในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ที่ สบส. มีคำสั่งให้โรงพยาบาลฯ ระงับการโฆษณาให้ประชาชนลงทะเบียนจองวัคซีนโควิด-19 หลังพบว่ามีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์โรงพยาบาล ให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับบำรุงราษฎร์ตามที่ภาครัฐจัดสรรให้ว่าเป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื้อหาอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด โดย สบส. ให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังโรงพยาบาล เพื่อระงับการโฆษณาดังกล่าวแล้ว ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุดผู้สื่อข่าว รายงานว่าฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ออกหนังสือชี้แจงภายในองค์กร โดยเนื้อหาระบุ ดังนี้ 

คำชี้แจงจากฝ่ายบริหารโรงพยาบาลฯ กรณีการส่งแบบสำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19

เรียน แพทย์ ทันตแพทย์ และเพื่อนพนักงานทุกท่าน

ตามที่ได้ปรากฏในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ถึงการสั่งระงับการส่งแบบสำรวจผู้ป่วยรับวัคซีนของทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเข้าข่ายการโฆษณาเกินจริง และทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเร็วๆ นี้นั้น ทางฝ่ายบริหาร ใคร่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อคณะแพทย์ ทันตแพทย์ และพนักงานของเรา ดังต่อไปนี้

ในวันที่ 26 มีนาคม 2564 โรงพยาบาลฯ ได้รับหนังสือจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ขอความอนุเคราะห์มายังโรงพยาบาลฯ เพื่อขอให้รวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ภายในวันที่ 20 เมษายน 2564 เพื่อให้การบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนโควิด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ ซึ่งการรวบรวมรายชื่อดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย เช่น ชื่อ สกุล เลขที่บัตรประชาชน และข้อมูลส่วนตัวด้านสุขภาพ

เป็นที่ทราบกันดีว่า การจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยนั้น จำเป็นต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ป่วย ตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยตามกำหนดเวลา ทางโรงพยาบาลฯ จึงได้ทำการสื่อสารผ่านอิเล็คโทรนิคส์เมล ถึงผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคล เพื่อแจ้งความประสงค์ และขอความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำเข้าในระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอิเล็กทรอนิกส์เมลดังกล่าวได้ระบุข้อความไว้อย่างชัดเจนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ทางสำนักอนามัยร้องขอ และโรงพยาบาลฯ จะทำการนำข้อมูลเข้าฐานระบบกลาง เฉพาะในกรณีปู้ป่วยที่ให้ความยินยอมเท่านั้น

การดำเนินการของโรงพยาบาลฯ เป็นไปโดยมีเจตนาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยมุ่งหวังว่าการกระจายวัคซีนถึงประชาชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยฐานข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมิได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือทำการโฆษณาบริการ และผลการรักษาของโรงพยาบาลฯ จึงมิใช่ การโฆษณา หรือประกาศ ตามที่กำหนดไว้ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี เมื่อทางโรงพยาบาลฯ ได้รับแจ้งจากทางการให้ระงับการส่งอิเลคโทรนิคส์เมลดังกล่าว โรงพยาบาลฯ ก็ได้ดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งทันที 

ฝ่ายบริหาร ใคร่ขอถือโอกาสนี้ ตอกย้ำกับทุกท่านว่า เรามีความมุ่งมั่น ในการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มความสามารถ อย่างเช่นที่เคยปรากฏทุกครั้งในอดีตทั้งในสภาวะปกติ และในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และเรามุ่งมั่นที่จะดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯ เป็นอย่างดีที่สุด เพื่อที่จะผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ขอขอบพระคุณในความช่วยเหลือ สนับสนุน ของคณะแพทย์ ทันตแพทย์ และพนักงานทุกท่าน ที่มีต่อโรงพยาบาลฯของเราเสมอมา