ชง 4 แนวทางปลดล็อกกระจายวัคซีนล่าช้า

วันที่ 20 เม.ย. 2564 เวลา 11:40 น.
ชง 4 แนวทางปลดล็อกกระจายวัคซีนล่าช้า
สอท.ถกด่วน เสนอมาตรการขับเคลื่อนวัคซีนเร็วขึ้น เพิ่มหลังพบปัญหาคอขวด เพิ่มจุดบริการฉีดในปั๊มบางจาก-รง.อุตสาหกรรม สร้างแพลตฟอร์มวัคซีนพาสปอร์ตเรียกเชื่อมั่น เปิดกว้างเอกชนนำเข้าวัคซีน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหาร ส.อ.ท. ได้พิจารณาวาระเร่งด่วนเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19  โดยเห็นว่าการฉีควัคซีนให้รวดเร็วและครอบคลุมจะช่วยป้องกันและลดจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้ แต่การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนยังคงประสบปัญหาคอขวด ทั้งจำนวนวัคซีนที่ไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากรในประเทศ

การฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากบุคคลากรที่สามารถฉีดได้ไม่พอเพียง (บุคคลากร และสถานที่) ปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนได้  และปัญหาเรื่องการกระจายวัคซีน ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นหลังการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้จากการระดมความเห็นได้สรุปแนวทางเพื่อร่วมแก้ปัญหา ไว้ดังนี้ 1.เสนอให้ภาครัฐเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงวัคซีนด้วยความรวดเร็วรวมถึงลดภาระการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ

2. ปัญหาด้านอัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้า เสนอให้ภาครัฐเร่งผลิตบุคคลากรที่สามารถดูแลการฉีดวัคซีนได้เฉพาะกิจ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลที่เป็นวิชาชีพที่สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยอบรมนักศึกษาแพทย์ / เภสัชกร ให้สามารถทำการฉีดวัคซีนและสังเกตุอาการก่อนฉีด และหลังฉีดได้ โดยสอท.ร่วมกับแพทยสภาจัดการฝึกอบรมออนไลน์ด้วยแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญผ่านแพลตฟอร์ม FTI Academy เพื่อเพิ่มบุคคลากรที่สามารถทำการฉีดวัคซีนดังกล่าวได้

ขณะเดียวกันต้องเพิ่มสถานที่ในการบริการการฉีดวัคซีน โดย ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่สำหรับจัดเป็นจุดฉีดวัคซีนเพิ่มเติมดังนี้  ปั้มน้ำมันบางจากทั่วประเทศ (1,200 กว่าสถานี)  และโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

3. เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาแผนการกระจายวัคซีนเพื่อช่วยภาครัฐในการวางแผนการกระจายวัคซีนให้อย่างรวมเร็วและมีประสิทธิภาพ

4. เสนอให้จัดทำแพลตฟอร์มวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อใช้สำหรับการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศ

“การแก้ปัญหาโควิด-19 เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน  ส.อ.ท. มีความพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของการแพร่ระบาด รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าในการฟื้นฟูประเทศได้อย่างรวดเร็ว”