รัฐควัก 2.9 พันล้าน เปิดประกันภัยข้าวนาปี 46 ล้านไร่

วันที่ 30 มี.ค. 2564 เวลา 19:15 น.
รัฐควัก 2.9 พันล้าน เปิดประกันภัยข้าวนาปี 46 ล้านไร่
ครม.เคาะ 2.93 พันล้านบาท เดินหน้ารับประกันภัยข้าวนาปี 46 ล้านไร่ ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ หั่นเบี้ยประกันเหลือ 96 บาท/ไร่

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปีฤดูการผลิต 2564 ในพื้นที่ประกันภัย 46 ล้านไร่ วงเงิน 2,936 ล้านบาท เพื่อเป็นเครื่องมือดูแลความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย

ทั้งนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันแทนรัฐบาลและเบิกเงินชดเชยตามจำนวนที่จ่ายจริง โครงการปีการผลิต 2564 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องปีที่ 10 โดยปรับอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ลดลง 1 บาท (จาก 97 บาท/ไร่ เหลือ 96 บาท/ไร่) และปรับอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับลูกค้า ธ.ก.ส.ที่ซื้อประกันภัยเพิ่มและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่ำ ลดลง 3 บาท (จาก 58 บาท/ไร่เหลือ 55 บาท/ไร่)

สำหรับพื้นที่เป้าหมายประกันภัย  46 ล้านไร่ มีอัตราค่าเบี้ยประกันภัยดังนี้ 1.ค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน Tier1 กำหนดตามความเสี่ยงจริงของเกษตรกร รวม 45 ล้านไร่ แบ่งเป็น 1.ลูกค้า ธ.ก.ส. ค่าเบี้ยประกันภัย 96 บาทต่อไร่ (รวม 28 ล้านไร่) โดยรัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 58 บาทต่อไร่ และธ.ก.ส. อุดหนนุนให้ 38 บาทต่อไร่ (ยังไม่รวมค่าอาการแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

2.เกษตรกรทั่วไป และลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่ซื้อเพิ่ม ค่าเบี้ยประกันภัยในพื้นที่เสี่ยงต่ำ 55 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 210 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 230 บาทต่อไร่ (รวม 17 ล้านไร่) โดยรัฐบาลเป็นผู้อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 55 บาทต่อไร่ (ยังไม่รวมค่าอาการแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

นอกจากนี้คุ้มครองความเสี่ยงจาก 7 ภัยธรรมชาติ ไร่ละ 1,260 บาท ได้แก่ 1.น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2.ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3.ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4.ภัยอากาศหนาว หรือน้ำค้างแข็ง 5.ลูกเห็บ 6.ไฟไหม้ 7.ช้างป่า และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดไร่ละ 630 บาท

2.ค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ Tier 2 กำหนดตามความเสี่ยงจริงของเกษตรกร จำนวน 1 ล้านไร่ ซึ่งเกษตรกรจะต้องเป็นผู้ชำระเอง แบ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำ 24 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 48 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงสูง 101 บาทต่อไร่ โดยคุ้มครองความเสี่ยงจาก 7 ภัยธรรมชาติ ไร่ละ 240 บาท และภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาดไร่ละ 120 บาท

สำหรับการดำเนินการขายกรมธรรม์จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค คือ 1.ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มที่1) ภายใน 30  เม.ย. 2564 2.ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มที่ 2) ภายใน 31 พ.ค. 2564

3.ภาคตะวันตก ภายใน 30 มิ.ย. 2564 และ4.ภาคใต้ ภายใน 31 ธ.ค. 2564 จากผลการดำเนินโครงการปีการผลิต 2563 ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรทำประกันภัย Tier 1 จำนวน 3.30 ล้านราย พื้นที่รวม 44.36 ล้านไร่

ส่วนประกันภัยเพิ่มเติม Tier 2 มีเกษตรทำประกันภัยจำนวน 3.33 หมื่นราย พื้นที่รวม 4.79 แสนไร่ รวมเบี้ยประกันภัยทั้ง 2 ประเภท จำนวน 4.04 พันล้านบาท และมีคำขอรับค่าสินไหมทดแทนจากเกษตรกรแล้ว 3.67 หมื่นราย เป็นเงิน 516 ล้านบาท

น.ส.รัชดา กล่าวว่า อยากให้เกษตรกรเข้าโครงการประกันภัยข้าวนาปี เพื่อลดความสูญเสียหากเกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืชหรือโรคระบาด โดยที่ประชุมครม.สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ ปรับลดสัดส่วนการอุดหนุนของภาครัฐในการจ่ายเบี้ยประกัน เพื่อให้ระบบประกันภัยมีการซื้อขายได้โดยทั่วไป เหมือนการทำประกันภัยรถยนต์หรืออุบัติเหตุ เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ