ชงตั้งองค์กรมหาชนจัดระเบียบร้านอาหาร

วันที่ 08 ธ.ค. 2553 เวลา 17:14 น.
ส.ภัตตาคารไทยชงรัฐตั้ง “องค์การมหาชน” จัดระเบียบธุรกิจร้านอาหารภัตตาคารทั้งระบบ ฝัน 2 ปี โกยเงินต่างชาติเข้าไทยในอุตสาหกรรมกว่า 5 แสนล้านบาท 

นางปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาจัดตั้งองค์การมหาชน ด้านอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อทำหน้าที่จัดระเบียบ วางแผนการบริหารจัดการ พัฒนาบุคลากรรวมถึงแนวทางลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารสามารถเติบโตได้อย่างมีทิศทาง

ทั้งนี้ปัจจุบันธุรกิจอาหารและภัตตาคารมีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ ถึง 11 กระทรวง เช่น กระทรวงมาหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ทำให้การส่งเสริมไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยสมาคมฯต้องการผลักดันให้ภาครัฐทำการวิจัยตลาด ถึงความต้องการอาหารไทยในแต่ละประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักลงทุนไทยและต่างชาติตัดสินใจลงทุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาคการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมเฉลี่ย  5 แสนล้านบาท/ปี จากปัจจุบัน 2 แสนล้านบาท/ปี

“สมาคมฯยินดีเป็นเจ้าภาพถ้ารัฐสนับสนุนให้ธุรกิจอาหารมีองค์การมหาชนขึ้นมาบริหารจัดการ เพราะอาหารไทยยังไม่มีบุคลิกที่ชัดเจนในตลาดโลก ทำให้การลงทุนและการพัฒนาไม่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด” นางปวรวรรณ กล่าว

สำหรับภาพธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารในปีนี้ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาทางการเมือง ทำให้ขัดไทยไม่เชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงชะลอการใช้จ่าย รวมถึงการนัดพบปะสังสรรค์ลดลง ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมได้จัดเก็บสถิติพบว่าคนไทยใช้บริการร้านอาหารและภัตตาคาร เฉลี่ย 3 ครั้ง/สัปดาห์ แบ่งเป็น สังสรรค์กับเพื่อนสัปดาห์  2 ครั้ง ครอบครัวสัปดาห์ละ  1 ครั้ง ปัจจุบันเฉลี่ยใช้บริการสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น ทำให้ยอดขายรวมปีนี้ลดลงราว 30% เทียบจากมูลค่าการตลาด 3 หมื่นล้านบาท/ปี

นางปวรวรรณ กล่าวว่า สมาคมฯได้ร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการการปรับตัวของการบริการอาหารอันเนื่องจากการเปิดเสรีภายใต้กรอบการตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดยใช้งบประมาณการสนับสนุนจำนวน 8 ล้านบาท ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ปรับปรุงหน้าร้าน การบริหารจัดการ   สูตรอาหารให้ได้ตามมาตรฐานที่โครงการตั้งไว้ ทำให้ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้น 20-30%  ซึ่งขณะนี้มีอาหารร้านต้นแบบจำนวน 4 ประเภท ได้แก่ ร้านส้มตำ-ไก่ย่าง ผัดไท ข้าวแกง และก๋วยเตี๋ยว ได้มาตรฐานทั้งหมด 46 ร้านทั่วประเทศ โดยในปีหน้าตั้งเป้าผลักดันให้มีร้านที่ได้รับมาตรฐานโครงการ จำนวน 200-300 ร้านค้า

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการให้ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ รสชาติอาหาร ฯลฯ รองรับการเปิดเสรีทางการค้าภาคการบริการ (อาฟฟต้า) ในปี 2558 ซึ่งโครงการนี้มีแผนต่อยอดร่วมกับบริษัทอิอน ประเทสญี่ปุ่น นำร้านอาหารต้นแบบใน 4 ประเภทไปเปิดตลาดที่ญี่ปุ่นประมาณปลายปี 2554 ด้วย