รัฐมนตรีเอเปค ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้ารับมือโควิด-19

วันที่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 13:44 น.
รัฐมนตรีเอเปค ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้ารับมือโควิด-19
‘พาณิชย์’ร่วมวงรัฐมนตรีเอเปครับรองแถลงการณ์ รับมือผลกระทบโควิด-19 หนุนระบบการค้าพหุภาคี ยกระดับ WTO สร้างความเชื่อมั่น การลงทุนเสรีและเป็นธรรม

ดร.สรรเสริญ   สมะลาภา  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2563  ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปคครั้งที่ 31 ผ่านระบบทางไกล ภายใต้แนวคิด ‘เน้นความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมั่งคั่งร่วมกัน การพัฒนาบริบทด้านการค้าและการลงทุน การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมผ่านเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี และการขับเคลื่อนความยั่งยืนเชิงนวัตกรรม’

ทั้งนี้เอเปคได้ออกแถลงการร่วมในเรื่องการส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคี โดยสนับสนุนการปรับปรุงบทบาทและการดำเนินงานของ WTO เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของระบบการค้าพหุภาคีการจัดทำวิสัยทัศน์หลังปี 2563 ของเอเปค   การจัดทำรายงานการประเมินผลการดำเนินการตามเป้าหมายโบกอร์ที่จะสิ้นสุดวาระในปี 2563และการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำความตกลงการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP)

นอกจากนี้ ยังมีการหารือในเรื่องการส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตโลก และรัฐมนตรีเอเปคได้รับรองรายงานการดำเนินงานของคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน ประจำปี 2563 เพื่อมอบหมายให้เขตเศรษฐกิจเร่งสานต่อการดำเนินการที่ยังไม่แล้วเสร็จให้สำเร็จตามเป้าหมายโบกอร์ต่อไป

สำหรับไทยได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลง โดยมีประเด็นสำคัญ คือ1. เสริมสร้างระบบการค้าพหุภาคี ให้มีเสถียรภาพ ลดการหยุดชะงักทางการค้า และสนับสนุนการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลก อาทิ การอุดหนุนประมง และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 12 (The Twelfth WTO Ministerial Conference : MC12)

2. สนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายโบกอร์ ซึ่งแสดงถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานในภาพรวมของเขตเศรษฐกิจเอเปค 3. ให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งคำนึงถึงความแตกต่างของระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยพร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการหรือข้อริเริ่มทางการค้า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของสมาชิกเอเปคจนนำไปสู่การจัดทำความตกลง (FTAAP)

4.สนับสนุนการไหลเวียนของสินค้าจำเป็นในภูมิภาคเอเปคโดยจะต้องสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของ WTO และยินดีให้ความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคในการกำหนดแนวทางร่วมกันเพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่จำเป็น เพื่อรองรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

การประกาศแถลงการณ์รัฐมนตรีเอเปคในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณในระดับนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของเอเปคและเพื่อรับมือกับผลกระทบในยุคก่อนและหลังโควิด-19 รวมทั้งสะท้อนการดำเนินงานที่สอดรับกับสถานการณ์และความท้าทายใหม่ของเอเปค ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า เสริมสร้างการฟื้นตัวของห่วงโซ่การผลิต และส่งเสริมความร่วมมือเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่จำเป็น

รวมทั้งให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงพลังงานตลอดจนการมีส่วนร่วมขององค์การระหว่างประเทศที่สำคัญและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เอเปคเป็นกรอบความร่วมมือของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจโดยสมาชิกเอเปคเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ในปี 2562 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคมีมูลค่า 337,888.75ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 70.2% ของการค้ารวมของไทย เป็นการส่งออก171,250.83ล้านเหรียญสหรัฐ (69.54%) และการนำเข้า166,637.91ล้านเหรียญสหรัฐ (70.53%)