โรจนะ-เอ็กโก ลุยตั้งนิคมฯใหม่อีอีซี กระตุ้นลงทุน 7 หมื่นล้าน

วันที่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 12:30 น.
โรจนะ-เอ็กโก ลุยตั้งนิคมฯใหม่อีอีซี กระตุ้นลงทุน 7 หมื่นล้าน
บอร์ดกนอ.อนุมัติตั้งนิคมฯร่วมใหม่ 2 แห่งพื้นที่อีอีซี ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย คาดสร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 70,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มเกือบ 20,000 คน

บอร์ดกนอ.อนุมัติตั้งนิคมฯร่วมใหม่ 2 แห่งพื้นที่อีอีซี  ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย คาดสร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 70,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มเกือบ 20,000 คน  

น.ส.จิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ.(บอร์ด กนอ.) ครั้งที่ 14/2563 มีมติอนุมัติจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่ง ในรูปแบบของนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกับ กนอ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve  โดยเอกชนเป็น ผู้ลงทุน พัฒนา และให้บริการระบบสาธารณูปโภค รวมพื้นที่ 2 โครงการ ประมาณ 2,806 ไร่ 

ทั้งนี้ประกอบไปด้วย1.การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ และต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พื้นที่ประมาณ 1,987 ไร่ ดำเนินงานร่วมกับ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) โดยพื้นที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ถึง 100 กิโลเมตร(กม.) และห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 137 กม.แบ่งการจัดสรรพื้นที่ออกเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมทั่วไป 1,501 ไร่ และพื้นที่สาธารณูปโภคและแนวกันชนประมาณ 486 ไร่

อย่างไรก็ตามคาดเปิดให้บริการได้ภายใน 3 ปี ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 60,057 ล้านบาท และเกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 15,014 คน ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเกษตร อุตสาหกรรมเบาและอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องประดับ อุตสาหกรรมบริการ เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ การวิจัยและพัฒนา และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

สำหรับโครงการที่ 2 เป็นการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ต.ห้วยโป่งอ.เมือง จ.ระยอง พื้นที่ประมาณ 621 ไร่ เป็นการร่วมดำเนินงานกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) โดยพื้นที่โครงการด้านหน้าอยู่ติดกับถนนทางหลวงแผ่นดินสายมาบตาพุด – มาบข่า) ห่างจากท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด 12 กม. สนามบินอู่ตะเภา 28 กม. ท่าเรือแหลมฉบัง 50 กม. และห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 140 กม.  คาดเปิดให้บริการได้ภายใน 2 ปี

เมื่อเปิดดำเนินการแล้วจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 16,840 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่มประมาณ 4,210 คน ในกลุ่มอุตสาหกรรมมเกษตรกรรม กลุ่มแร่เซรามิกส์ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ เป็นต้น

“ทั้ง2โครงการกนอ.เห็นว่าบริษัทฯมีความพร้อม เนื่องจากมีฐานลูกค้าและประสบการณ์ในด้านการประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี รวมถึงมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งโดยอยู่ในพื้นที่จ.ชลบุรี และจ.ระยอง ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ ตลอดจนมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน” น.ส.สมจิณณ์ กล่าว