AWC ลุยอสังหาฯ กระบี่ รับแผนพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัด โต 5 เท่าตัว

วันที่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 18:51 น.
AWC ลุยอสังหาฯ กระบี่ รับแผนพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัด โต 5 เท่าตัว
แอสเสท เวิรด์ บุกธุรกิจอสังหาฯ จังหวัดกระบี่ รับศักยภาพอนาคต จุดหมายปลายทางแหล่งเที่ยวกำลังซื้อสูง ในอีก 5 ปีหน้า รายได้เศรษฐกิจท่องเที่ยว พุ่ง 4 แสนล้านบาท

ลงทุน 1.9  พันล้านบาท เปิดตัว “บันยันทรี กระบี่”

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแอสเสท เวิร์ด คอร์ป จำกัด?(มหาชน) หรือ AWC

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแอสเสท เวิร์ด คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก (8) โรงแรม (17) อาคารสำนักงาน (4) รวมประมาณ 29 แห่ง กล่าวถึงภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ไตรมาส4 ปีนี้ กำลังฟื้นตัว และคาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย จะเมีความชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส2 ปี 2564  จากนโยบายภาครัฐ เข้ามาสนับสนุนทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว และ ผู้ประกอบการธุรกิจ เป็นต้น

นอกจากนี้ หลังจากสภานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 ในไทยเริ่มคลี่คลาย บวกกับกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศ (อินบาวด์) มีความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปีเป็นจำนวนมากขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้ บริษัทตัดสินใจเปิดตัว “โรงแรม บันยันทรี กระบี่” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563  ซึ่งเเลื่อนจากกำหนดการเดิม ที่วางไว้เมื่อไตรมาส 2 ปีนี้ ที่ผ่านมา

สำหรับ “โรงแรม บันยันทรี กระบี่” ใช้งบลงทุนกว่า 1,900 ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จราว 3 ปี ซึ่งถือเป็นธุรกิจอสังหาริมทารัพย์ โรงแรม แห่งแรก ของ AWC ที่เข้ามาลงทุน โดยโรงแรม ตั้งในทำเลใกล้อุทยานแห่งชาติ เขาหงอนนาค จังหวัดกระบี่ วางตำแหน่งโรงแรมระดับลักชัวรี ประกอบด้วย พูลวิลลา ริมทะเล (Pool Villa) และห้อง พูล สวีท (Pool Suite) รวม72 ห้อง มีให้เลือก 7 แบบ พร้อมด้วย ห้องจัดเลี้ยง การประชุม สัมมนา ห้องอาหาร 2 แห่ง คือ ห้องอาหารแซฟฟรอน และ ห้องอาหารนานาชาติ นากา คิทเช่น รวมถึงบริการที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์บายันทรี คือ สปา วารีบำบัด (เรน ฟอเรสต์)?  เป็นต้น

นางวัลลภา กล่าวว่า “โรงแรมบันยันทรี กระบี่ มีพื้นที่ทั้งหมดราว 26 ไร่ โดย AWC เข้ามาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2006 เพื่อรอการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างงาน รายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ของจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นการปรับจากแผนเดิมที่จะพัฒนาให้เป็นโครงการที่พักอาศัย โดยโรงแรม บันยันทรี กระบี่ จับกลุ่มเป้าหมายนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนให้ความเป็นส่วนตัว (Exclusive) และ กลุ่มครอบครัวในรูปแบบ Destination & Experience จากปัจจุบัน เชนโรงแรมบันยันทรี ให้บริการราว 50 แห่งทั่วโลก

โรงแรมบันยันทรี กระบี่

โรงแรมบันยันทรี กระบี่

โรงแรมบันยันทรี กระบี่

แผน 5 ปี ผุด 10+2 โปรเจค ตั้ง 'กองทุน' ซื้อโรงแรมเล็ก-ใหญ่  

นางวัลลภา กล่าวว่าจากศักยภาพจังหวัดกระบี่ ที่กล่าวข้างต้น ล่าสุด AWC ได้อยู่ระหว่างมองหาที่ดินแปลงใหม่ ในจังหวัดเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆในอนาคต นอกเหนือจากแผนพัฒนาธุรกิจ 5 ปีของบริษัท นับจากนี้ ที่คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ และ อยู่ระหว่างพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนอีก 2 โครงการใหม่ โดยจะดำเนินการภายใต้ 2 สถานการณ์ทางธุรกิจ (Sceanirio) คือ หากไม่มีปัจจัยลบนอกเหนือการควบคุม บริษัทจะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการต่างๆ ตามระยะเวลาเดิมที่วางไว้ แต่หากมีความเสี่ยง บริษัทจะเลื่อนระยะเวลาการพัฒนาโครงการฯ ออกไป อย่างน้อยราว 1 ปี จากแผนเดิมในแต่ละโครงการ

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมแผนจัดตั้งกองทุน ขึ้นเพื่อเข้าซื้อโรงแรมที่ขาดสภาพคล่อง เพื่อพยุงภาพรวมธุรกิจโรงแรมไทย ให้เสียหายน้อยที่สุดจากการต้องปิดกิจการลง จากในช่วงที่ผ่านมา มีกิจการธุรกิจโรงแรม เกือบ100 โครงการได้เข้ามาเสนอขาย ซึ่งมีมูลค่ากิจการตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทไปจนถึงหมื่นล้านบาท ทั้งในกิจการนิติบุคคล และ มหาชน ที่ AWC มองว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจของบริษัท ในอนาคต

“กระบี่” ลุยพัฒนาโครงสร้างฯ รับท่องเที่ยวโต 20%

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าปัจจุบัน จังหวัดกระบี่ มี 8 อำเภอ ประชากรราว 4 แสนคน โดยในปี2562  มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดกระบี่ ประมาณ 7 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท หรืออยู่ในอันดับ 4 ของประเทศไทย พร้อมวางเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโต เพิ่มขึ้น 20% ที่มาจากค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพที่จะเพิ่มขึ้นด้วย เช่นกัน

สำหรับเป้าหมายดังกล่าว ยังจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของจังหวัดกระบี่ ทั้ง โครงการขยายสนามบิน จังหวัดกระบี่ ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเร็จพร้อมเปิดให้บริการใน 1-2 ปีนับจากนี้ เพื่อรองรับจำนวนนักเดินทางได้เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว หรือ ราว 8 ล้านคน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ต่างๆ เช่น โครงการเชื่อมเมืองระหว่างทะเลชายฝั่งอันดามัน โครงการเชื่อมต่อเส้นทางทางน้ำ การขนส่งคมนาคมระบบโมโนเรล เป็นต้น ที่จะทำให้เมืองกระบี่มีความสากล ทันสมัย เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

“ในอีก 2 ปีหน้า จังหวัดกระบี่ยังได้เตรียมแผนรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยวางตำแหน่งเป็นจุดหมายปลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ จากศักยภาพของจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ภายใต้การดูแลรักษาด้วยมาตรการต่างๆ และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รวมถึงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่าง ธีม พาร์ค ภายใต้แบรนด์ระดับโลก เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางกลับมายังไทยและจังหวัดกระบี่ ในอนาคตไม่ต่ำกว่า 4-5 เท่าตัว ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา กระบี่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ด้วยจังหวัดมีรายได้จากการท่องเที่ยว 70%  และมาจากภาคการเกษตร อื่นอีก 30 %” พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี กล่าว

โดย ดวงใจ จิตต์มงคล