ฟื้น FTA ไทย-อียู กระตุ้นจีดีพี 2 แสนล้าน ขยายตลาดส่งออก

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 12:13 น.
ฟื้น FTA ไทย-อียู กระตุ้นจีดีพี 2 แสนล้าน ขยายตลาดส่งออก
กางผลศึกษาฟื้นเจรจา FTA ไทย-อียู ช่วยเศรษฐกิจไทยโต 1.28% เปิดช่องส่งออกสินค้าไทยไปอียูสูงขึ้น แนะผู้ประกอบการต้องปรับตัวยกชั้นมาตรฐานสินค้าเทียบสากล

นางอรมน   ทรัพย์ทวีธรรม  อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการจัดสัมมนาระดมความเห็น เรื่อง “ไทยพร้อมหรือยังที่จะฟื้นการเจรจา FTA ไทย-EU?” ว่า ทางสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (Institute of Future Studies for Development หรือ IFD) ได้นำเสนอผลการศึกษาวิจัยประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับไทยจากการฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศ (ไม่นับสหราชอาณาจักร) โ

ทั้งนี้การลดภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการทั้งของไทยและอียูในระยะยาวจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้ถึง 1.28% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.05 แสนล้านบาท โดยคาดการส่งออกจากไทยไปอียูจะสูงขึ้น 2.83% หรือ 2.16 แสนล้านบาท

ขณะที่การนำเข้าจากอียูสูงขึ้น 2.81% หรือ 2.09 แสนล้านบาท โดยสินค้าส่งออกของไทยมีโอกาสขยายตัว เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก เป็นต้น

สำหรับการเสวนา เรื่อง “โอกาสขยายตลาดการค้า หรือ ต้นทุนที่จะต้องจ่าย” ผู้เข้าร่วมมีความเห็นว่า การฟื้นการเจรจา FTA กับอียู จะช่วยขยายตลาดการค้าและการลงทุนของไทย สร้างแต้มต่อทางภาษี และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยกับสินค้าส่งออกจากประเทศที่มี FTA กับอียู อาทิ สิงคโปร์และเวียดนาม แต่ไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น และพัฒนามาตรฐานและคุณภาพการผลิตสินค้าไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานของสินค้าในตลาดอียู

ด้านภาคประชาสังคมยังคงห่วงใยในเรื่องการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงยาและการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลและเตรียมการเจรจาอย่างรัดกุมต่อไป

อย่างไรก็ตามกรมฯ จะนำผลการศึกษาและความเห็นที่ได้จากการสัมมนาครั้งนี้ เสนอระดับนโยบายเพื่อพิจารณาต่อไป โดยกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางพัฒนากองทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในปี 2562 การค้าไทย-อียู มีมูลค่า 38,227.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 7.92% ของการค้าไทยกับโลก เป็นการส่งออกของไทยไปอียู มูลค่า 19,735.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง 

ขณะที่ไทยมีมูลค่าการนำเข้าจากอียู 18,492.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย. 2563) มีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 16,233.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 8,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 7,727.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บทความแนะนำ