กฟผ.เดินหน้าจัดทำอีไอเอโรงไฟฟ้าน้ำพอง ยันคุมเข้มผลกระทบสิ่งแวดล้อม

วันที่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 17:13 น.
กฟผ.เดินหน้าจัดทำอีไอเอโรงไฟฟ้าน้ำพอง ยันคุมเข้มผลกระทบสิ่งแวดล้อม
กฟผ. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน รับทุกข้อคิดเห็น มุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชนและประเทศเสริมความมั่นคงด้านพลังงานภาคอีสาน

นายเอกรัฐ  สมินทรปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เดือนก.ย. 2562 และจัดรับฟังครั้งที่ 2 ไปเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมาที่จ.ขอนแก่น ดำเนินการโดย บริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด (COT) บริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน

ทั้งนี้กฟผ.เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายงานฯ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตาตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมในทุกมิติ โดย เปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่อ.น้ำพอง 4 ตำบลและอ.อุบลรัตน์ 2 ตำบล รวมทั้งประชาชนทั่วไปร่วมประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุม ครั้งที่ 1 จำนวน 1,017  คน และครั้งที่ 2 จำนวน 729 คน

สำหรับข้อห่วงกังวลที่ประชาชนให้ความสนใจ อาทิ ประเด็น เรื่องปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่มีปริมาณสำรองเพียงพอทำไมต้องมีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองนั้น เนื่องจากกำลังผลิตไฟฟ้าหลักในปัจจุบันของภาคอีสานมาจากโรงไฟฟ้าน้ำพองที่กำลังจะหมดอายุและต้องปลดออกจากระบบในปี 2568 ส่งผลต่อความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟที่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2561-2580 (PDP 2018) จึงได้กำหนดให้มีโครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทนขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าของภาคอีสานและในภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้การมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าของ  ภาคอีสานมีความมั่นคง ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภาคเหนือและภาคกลาง

ส่วนประเด็น ข้อกังวลผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ  กฟผ. จะมีการควบคุมมลสารที่ระบายออกทางปล่องให้เป็นตามค่าควบคุมและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ควบคุมการระบายทางอากาศไม่ให้เกินกว่าที่กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีการติดตั้งระบบติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและ จัดให้มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ปีละ 2 ครั้งๆ 7 วันต่อเนื่อง ในพื้นที่ชุมชน จำนวน 4 สถานี

ขณะที่การควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้ากฟผ. คำนึงถึงการนำน้ำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยน้ำจากกระบวนการผลิตที่ผ่านการบำบัดแล้วจะรวบรวมส่งไปยังบ่อพักน้ำทิ้งของโครงการ เพื่อตรวจสอบคุณภาพก่อนนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่โรงไฟฟ้า โดยไม่มีการระบายออกภายนอก  สำหรับน้ำจากหอหล่อเย็นจะรวบรวมลงสู่บ่อพักน้ำทิ้ง โดยมีระบบติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอุณหภูมิ   ค่าออกซิเจน ค่าความเป็นกรด-ด่าง ฯลฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับการสรุปผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน รวมถึงประเด็นคำถาม ข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุม กฟผ.ได้ดำเนินการชี้แจง อธิบายในประเด็นข้อห่วงกังวลต่าง ๆ ของชุมชน โดยติดประกาศให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในส่วนงานราชการและชุมชนทั้งในอ.น้ำพองและอ.อุบลรัตน์ จำนวน 2 ช่องทาง คือ นำส่งจดหมายแก่หน่วยงานราชการและผู้นำชุมชนในพื้นที่ จำนวน 150 ฉบับ และ ติดประกาศสรุปผลการรับฟังฯตามหน่วยงานในพื้นที่และที่ทำการผู้นำชุมชน จำนวน 40 แห่ง  โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 7-14 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา โดยผู้สนใจสามารถดูรายละอียดคำชี้แจงฯได้จากเว็ปไซต์ กฟผ. www.egat.co.th และ เว็ปไซต์ บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด www.cot.co.th

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ บริษัทจะสรุปผลการประชุมรวบรวมข้อคิดเห็นที่ได้ทั้งหมดจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นมาพิจารณาจัดทำรายงานฯ ฉบับสมบูรณ์ที่กำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนให้มากที่สุด หลังจากนั้นจะนำส่งรายงานฯ ฉบับสมบูรณ์ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาต่อไป

บทความแนะนำ