ช. การช่าง ปักธงลุยประมูลบิ๊กโปรเจ็ค ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2 หมื่นล้าน

วันที่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 18:11 น.
ช. การช่าง ปักธงลุยประมูลบิ๊กโปรเจ็ค ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2 หมื่นล้าน
ช.การช่าง ประกาศเดินหน้าประมูลโครงการสาธารณูปโภคทั้งในไทย-ต่างประเทศ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2563 ที่ 20,000 ล้านบาท

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า ในปี 2563  บริษัทฯ ยังมุ่งพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ตามโมเดลธุรกิจแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership: PPP) โดยอาศัยความแข็งแกร่งของกลุ่มCK ผนึกกำลังของบริษัทต่างๆในเครือทั้ง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP

ทั้งนี้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ไม่มากนักและสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ  โดยมั่นใจในความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลงานโครงการสาธารณูปโภคใหม่ต่างๆของภาครัฐทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่คาดว่าจะกลับมาเดินหน้าตามแผนในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยสู่ New Normal โดยภายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 ไว้ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท

น.ส.สุภามาส  ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK กล่าวว่า ณ สิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) มูลค่า  38,515 ล้านบาท ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้ก่อสร้างเสร็จสิ้น ส่งมอบและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่เดือนต.ค. 62

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายระยะที่ 2 (สถานีหัวลำโพง – สถานีหลักสอง) ได้ทะยอยเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนก.ย.2562 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ครบทั้งสายในเดือนมี.ค.2563 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง2โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความท้าทายด้านวิศวกรรม แต่บริษัทสามารถส่งมอบงานคุณภาพได้ตามแผนงานและภายใต้งบประมาณ

อย่างไรก็ตามในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 24,797 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 1,778 ล้านบาท   มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 8.61%.

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 บริษัทไม่ได้รับผลกระทบทางตรงใดๆต่อรายได้ก่อสร้างและได้รับผลกระทบทางอ้อมเล็กน้อยจากการลงทุนเท่านั้น  เนื่องจากมีแผนบริหารความเสี่ยงและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ Business Continuity Plan (BCP) ที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินธุรกิจทั้งในโครงการก่อสร้างและสำนักงานใหญ่

ส่วนการดำเนินธุรกิจในอนาคตและแผนการประมูลงานไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 นี้ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จะเริ่มทยอยเปิดประมูลออกมาตามแผน ซึ่งบริษัทฯพร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการต่างๆของภาครัฐ  โดยโครงการที่ให้ความสำคัญ คือ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก มูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีม่วงด้านใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 77,000 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ที่ผ่าน EIA แล้ว 3 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท   ด้านในต่างประเทศ ขณะนี้ CKP อยู่ระหว่างเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ในลาว มูลค่าใกล้เคียงกับ ไซยะบุรี

บทความแนะนำ