บินไทยแจงแผนฟื้นฟูฯ 5 ขั้นเสร็จในปี’69

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 05:40 น.
บินไทยแจงแผนฟื้นฟูฯ 5 ขั้นเสร็จในปี’69
การบินไทย เปิด 5 เงื่อนไขฟื้นฟูกิจการ ลุยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเลิกเที่ยวบินขยายธุรกิจใหม่ คาดแล้วเสร็จปี 69 ยันไม่แตะกองทุนสำรองฯ

นางอรอนงค์ ชุณหะมาน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และบริหารกลาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ THAI  เปิดเผยในที่ประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ว่า บริษัท ในกรณีที่ทุกอย่างเดินไปตามแผนคือเจ้าหนี้ไม่มีการคัดค้านผู้ทำแผน(หากมีการคัดค้านต้องทำภายในวันที่13 ส.ค.) คาดว่าศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการได้ในช่วงปลายส.ค.-ก.ย.

ทั้งนี้จากนั้นคณะผู้ทำแผนจะใช้เวลา 3 เดือนในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯเสนอแผนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนประมาณเดือนก.พ.-มี.ค. 2564 ก่อนยื่นต่อศาลล้มละลายกลาง และคาดว่าศาลจะเห็นชอบด้วยแผนฯ ได้ปลายเดือนเม.ย. และเริ่มดำเนินกิจการภายใต้แผนฟื้นฟูฯ ตั้งแต่เดือนพ.ค. เป็นต้นไป แต่หากเกิดกรณีเจ้าหนี้คัดค้านผู้ทำแผนก็จะมีความล่าช้าออกไปเริ่มดำเนินกิจการภายใต้แผนฟื้นฟูฯ ได้หลังเดือนมิ.ย. 2564

สำหรับแนวทางฟื้นฟูกิจการ ขณะนี้มี  5 ช่องทาง โดยประเมินกรอบเวลาการฟื้นฟูกิจการจะเสร็จภายในปี 2569 ดังนี้  

1.ปรับโครงสร้างหนี้ จะเจรจาหนี้ทุกประเภทให้ภาระการชำระหนี้และระยะเวลาการชำระหนี้สอดคล้องกับกระแสเงินสด รวมถึงเตรียมจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นและปรับโครงสร้างเงินทุนระยะยาว ซึ่งจะมาจาก การกู้สถาบันการเงิน, การแปลงหนี้สินเป็นทุน และ การเพิ่มทุน เป็นต้น   

2.ปรับปรุงเส้นทางการบินและฝูงบิน จะยกเลิกเส้นทางที่ไม่สร้างกำไรหรือไม่สามารถปรับปรุงให้สามารถสร้างกำไรได้ในอนาคต พร้อมทั้งจะมีการปรับเปลี่ยนบริหารจัดการเส้นทางการบินให้เหมาะสมมากขึ้น รวมถึงจะมีการปรับลดประเภทเครื่องบินในฝูงบินเพื่อลดต้นทุน 

3.ปรับปรุงหน่วยธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร เช่น จัดตั้งบริษัทย่อย ขณะเดียวกันจะจัดหาพันธมิตรมาร่วมทุน รวมถึงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร   

4.ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านพาณิชย์และการหารายได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้ เช่น ขยายช่องทางการจำน่ายบัตรโดยสารให้หลากหลายมากขึ้น, นำเทคโนโลยีมาช่วยในการกำหนดราคา และจะมีการปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนของตัวแทนจำหน่ายให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้น  

5.ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยจะลดงานที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น, เพิ่มศักยภาพการทำงานแต่ละหน่วยธุรกิจให้สอดคล้องเชื่อมโยงกัน, ปรับลดจำนวนพนักงานและผลตอบแทนให้สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำลังการผลิต

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน และสวัสดิการของพนักงานเปลี่ยนไปเข้าระบบประกันสังคมตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง