ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนพ.ย.วูบต่อ ออเดอร์ยานยนต์ร่วง พิษสงครามการค้า

วันที่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 13:10 น.
ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนพ.ย.วูบต่อ ออเดอร์ยานยนต์ร่วง พิษสงครามการค้า
สศอ.ชี้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 96.77 ปรับตัวลดลง จากผลกระทบสงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะภาคยานยนต์การผลิตลดลง 21% ยังมีลุ้นจีดีพีภาคการผลิตปีหน้าโต 1.5 -2.5 %

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนพ.ย. 2562 หดตัวลง เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.27% อยู่ที่ระดับ 96.77 โดยอยู่ในระดับทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากสงครามทางการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เมื่อดูจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2562 อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน ส่งผลต่อเนื่องมายังการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) ในเดือนพฤศจิกายน หดตัวลงร้อยละ 6.37

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนี MPI ได้แก่ รถยนต์ และเครื่องยนต์ การผลิตลดลง 21.59 %จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก ทำให้มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

ขณะที่น้ำมันปิโตรเลียม การผลิตลดลง 18.50% จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันจำนวน 2 ราย ส่งผลให้การผลิตปรับตัวลดลง ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ การผลิตลดลง 11.10% จากการผลิตยางแผ่น และยางแท่งลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ทำให้ผู้ผลิตบางรายชะลอการผลิตเนื่องจากรายได้ที่เป็นเงินบาทลดลง

นอกจากนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมัน 2 โรง โดยหากได้จำลองสถานการณ์การผลิตของโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงดังกล่าวให้มีการดำเนินการผลิตเป็นปกติเท่ากับเดือนก่อนหน้าจะส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวลงเพียง 6.11% ซึ่งการปิดซ่อมเป็นไปตามแผนงานในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต

สำหรับในปี 2563 สศอ. ได้รับการจัดสรรงบบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตจำนวน 1,200 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต ดิจิทัล หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรม/บริการทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม โดย สศอ. ได้คาดการณ์จีดีพีภาคการผลิตในปี 2563 จะขยายตัว 1.5 – 2.5 % และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อนด้านอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนพฤศจิกายนขยายตัว ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ และชิ้นส่วน การผลิตเพิ่มขึ้น10.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามา ซึ่งจะมีการส่งมอบในไตรมาสแรกของปี 2563 ประกอบกับตลาดในประเทศยังขยายตัวได้ดี

นายทองชัย กล่าวว่าภาพรวมสถานการณ์การผลิตอยู่ในระดับภาวะทรงตัว ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยที่ส่งผลลบจากภายนอกก็ตาม โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนนี้เพิ่มขึ้น 0.76 % มื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 63.17 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจำนวนเงินลงทุนในกิจการใหม่และขยายกิจการของกรมโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงมกราคม – 24 ธันวาคม 2562 มีมูลค่า 471,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญที่มีมูลค่า 366,802 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต