ราชกิจจาฯประกาศแล้ว!! ห้ามครอบครอง 3 สารอันตรายผิดกฏหมาย

  • วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 13:47 น.

ราชกิจจาฯประกาศแล้ว!! ห้ามครอบครอง 3 สารอันตรายผิดกฏหมาย

'มนัญญา' เตือนใครมีสต๊อกเก่าต้องแจ้งภายใน15 วัน เพื่อส่งมอบ ย้ำไม่ใช้เงินหลวงในการทำลาย โยนเอกชนต้องรับผิดชอบ นัดถกวางแนวทางการรับคืน 3 สาร 21 พ.ย.นี้

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศคำสั่งกรมวิชาการเกษตรที่ 1511/2572 เรื่อง การแจ้งการครอบครองและการส่งมอบสารเคมี 3 ชนิดที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกใช้ โดยผู้ที่ครอบครองต้องแจ้งกรมวิชาการเกษตรภายใน 15 วันหลังจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จากนั้นต้องส่งมอบภายใน 15 วันเพื่อทำลาย

ทั้งนี้คำสั่งกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การดำเนินการกับวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ลงนาม โดยน.ส. เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในคำสั่งนั้น มีรายละเอียดในข้อ 1 ระบุถึงวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ประกอบด้วย กลุ่มไกลโฟเซตได้แก่ เซสควิโซเดียม ไกลโฟเซต โซเดียม ไกลโฟเซต ไดแอมโมเนียม ไกลโฟเซต ไตรมีเซียม ไกลโฟเซต โพแทสเซียม ไกลโฟเซต โมโนเอทิลแอมโมเนียม ไกลโฟเซต และโมโนแอมโมเนียม ไกลโฟเซต กลุ่มคลอร์ไพริฟอสได้แก่ ไอโซโพรพิลแอมโมเนียม คลอร์ไพริฟอส และคลอร์ไพริฟอส-เมทิล ส่วนกลุ่มพาราควอตได้แก่ พาราควอตคลอไรด์และพาราควอตไดคลอไรด์

ส่วนข้อ 2 กำหนดให้ผู้ครอบครองต้องแจ้งปริมาณที่มีไว้ในครอบครองภายใน 15 วัน นับแต่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้วัตถุอันตรายดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 มีผลบังคับใช้ โดยผู้ครอบครองที่อยู่ในกรุงเทพมหานครแจ้งได้ที่ สำนักงานควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ส่วนภูมิภาคแจ้งได้ที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร (สวพ.) 8 เขตในจังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี ชัยนาท จันทบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา และข้อ 3 ต้องส่งมอบแก่หน่วยงานที่กำหนดหลังแจ้งการครอบครองภายใน 15 วัน

น.ส. มนัญญา กล่าวว่า หลังจากนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมจะลงนามในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ ร้านจำหน่าย และเกษตรกรที่ครอบครอง 3 สาร รับทราบวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อ โดยจะประชุมสารวัตรเกษตรและอาสาสมัครสารวัตรเกษตรทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องข้อควรปฏิบัติหลังการยกเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิด โดยก่อนวันที่ 1 ธ.ค.ต้องไปให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ ร้านจำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรให้ส่งคืนบริษัท

อย่างไรก็ตามในวันที่  22 พ.ย.นี้ จะประชุมสารวัตรเกษตรทั่วประเทศ 300 กว่าคน เวลา 10.00 น.เพื่อรับทราบแนวทางในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกรและประชาชนที่มีสารทั้ง 3 ตัวในครอบครองว่าต้องไปส่งคืนบริษัทหรือร้านค้าหรือเอเยนต์สายส่ง เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.62  เป็นต้นไปใครครอบครองสารทั้ง 3 ตัวมีความผิดตามกฎหมายและโทษหนักจำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับเป็นแสนเป็นล้านบาท  จึงไม่อยากให้มีภาพเกษตรกรโดนจับเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

“ที่เป็นห่วงที่สุดคือเกษตรกร ได้สั่งการให้หน่วยงานในทุกพื้นที่ต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเกษตรกร แม้จะโดยประมาทก็มีโทษปรับสูงไม่เกิน 800,000 บาท หากจงใจฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้เน้นย้ำอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเกษตรกร”น.ส.มนัญญา กล่าว

น.ส. มนัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตร โดยสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร (สคว.) ได้ให้ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร (สวพ.) 8 เขตทั่วประเทศแจ้งสตอกล่าสุดของสารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสภายในพื้นที่ส่งให้สคว. มาเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งให้จัดทำแผนการรับแจ้งและเก็บรวบรวมเพื่อจะนำเสนอคณะทำงานของกระทรวงฯ ติดตามการทำลายสาร

สำหรับค่าทำลายสารเคมีที่เป็นวัตถุอันตรายเป็นความรับผิดชอบของผู้ครอบครอง ตามพ.ร.บ. วัตถุอันตราย มาตรา 52 วรรคท้าย ซึ่งในวันที่ 21 พ.ย. นี้ จะเชิญบริษัทค้าสารเคมีนำเข้า ส่งออก มาประชุมเพื่อจะได้กำหนดแนวทางการรับคืนสารเคมี จากเกษตรกร  จากร้านผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งการส่งออกกลับไปประเทศอื่นหรือประเทศต้นทาง  เพราะหลังวันที่  1 ธ.ค. 2562 ต้องไม่มีสารเหล่านี้ในประเทศไทยอีก และสารเคมีเหล่านั้นเป็นภาระบริษัทเอกชนที่นำเข้า ต้องรับผิดชอบในการส่งกลับไปต้นทาง หรือการทำลายตามกฎหมาย  และไม่สามารถเอาเงินหลวงไปใช้ในการทำลาย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ