บีโอไอ ยังลุ้นเป้าขอลงทุนปีนี้ 7.5 แสนล้าน หวังต่างชาติย้ายฐานหนีสงครามการค้ามาไทย

วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 14:19 น.
บีโอไอ ยังลุ้นเป้าขอลงทุนปีนี้ 7.5 แสนล้าน หวังต่างชาติย้ายฐานหนีสงครามการค้ามาไทย
ยอดขอลงทุนบีโอไอ 9 เดือน แค่ 3.14 แสนล้านบาท ผลพวงสงครามการการค้ากระทบลงทุน ต้องเร่งเครื่องดึงลงทุนปลายปี ล่าสุดมี 10 บริษัท ย้ายฐานมาลงทุนไทยแล้ว เชื่อพื้นที่ อีอีซี ยังเนื้อหอมเป็นที่สนใจนักลงทุน

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า เป้าหมายการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2562 กำหนดไว้ที่ 7.5 แสนล้านบาท จะพยายามดำเนินการให้ได้ตามที่คาดการณ์ไว้แม้ในช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.) ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนมีจำนวน 1,165 โครงการ มูลค่า 3.14 แสนล้านบาท หรือลดลง 11% ก็ตาม แต่เชื่อว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะมีจะมียอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้บีโอไอจะพยายามดึงการลงทุนเข้ามาให้ได้มากที่สุด และหากดูภาพรวมในช่วง 9 เดือนยังพบว่าในแง่ของการลงทุนจากต่างประเทศยังถือว่ามีแนวโน้มดีอยู่ ซึ่งการลงทุนก็กระจายไปยังพื้นที่เป้าหมาย เช่น พื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มียอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนมากถึงสัดส่วน 50% ของยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้

ทั้งนี้ยอมรับว่าการลงทุนที่ชะลอเป็นผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งโครงการลงทุนต่างๆที่ต้องการขยายกิจการ หากเศรษฐกิจโลกไม่ดี กำลังซื้อตลาดโลกลดลง ทำให้กำลังผลิตเหลือก็ไม่มีความจำเป็นต้องขยายการลงทุน แต่ถ้ามองในด้านบวกของสงครามการค้า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการลงทุน ซึ่งสงครามการค้าเป็นตัวเร่งให้บริษัทตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนเร็วขึ้น และหาแหล่งลงทุนใหม่ๆ

ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงได้ออกมาตรการดึงดูดการย้ายฐานลงทุนมายังประเทศไทย หรือมาตรการไทยแลนด์ พลัส เชื่อว่าจะเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจย้ายฐานลงทุนมายังไทย ซี่งในส่วนของบีโอไอได้เดินหน้าที่จะดึงดูดการลงทุน 100 บริษัทเป้าหมายที่มีแผนย้ายฐานการลงทุน โดยมีบริษัทจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐ ที่สนใจย้ายฐานการผลิตมายังไทย ล่าสุดบางบริษัทในกลุ่มเป้าหมายได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยแล้วมากกว่า 10 บริษัท และเชื่อว่าจะมีการย้ายฐานลงทุนมาไทยเพิ่มมากขึ้น   

สำหรับการตั้งเป้าหมายตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีหน้า ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมาย เนื่องจากทุกปีต้องนำเสนอตัวเลขให้บอร์ดอนุมัติว่าในปีต่อไปจะตั้งเป้าหมายอย่างไร ซึ่งจะรอให้ถึงสิ้นปีและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทย  เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร รวมถึงดูตัวเลขบีโอไอทั้งปีเป็นอย่างไร ด้วย ซึ่งเป้าหมายในปีหน้าจะมุ่งเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่เน้นการใช้นวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น และอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เพราะบางมาตรการในการส่งเสริมก็มีการใช้มานานที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันกับสถานการณ์

ส่วนมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่กำลังจะหมดอายุในปี 2562 คือ มาตรการเกี่ยวกับเอสเอ็มอี และมาตรการส่งเสริมกาลงทุนในอีอีซี ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะมีการต่ออายุแน่นอน แต่เงื่อนไขอยู่ระหว่างการหารือว่าจะมีการเพิ่มเติม หรือกำหนดออกมาแบบไหนเพื่อให้มาตรการน่าสนใจที่จะส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด