ทอท. ย้ำ เทอร์มินัล 2 ไม่ขัดแผนแม่บท ยืนยันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

วันที่ 16 พ.ย. 2562 เวลา 14:01 น.
ทอท. ย้ำ เทอร์มินัล 2 ไม่ขัดแผนแม่บท ยืนยันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
กางข้อมูลตอนนี้ผู้โดยสารเกินขีดรองรับวันละ 175,000 คน เดินหน้าเตรียมชงบอร์ดทอท.เคาะไฟเขียวก่อสร้าง พร้อมเปิดใช้ปี 2567 รับผู้โดยสารสุวรรณภูมิทะลุ 100 ล้านคน

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีมีข้อกล่าวหาเรื่องการพัฒนาอาคารเทอร์มินัล 2 ตรงด้านทิศเหนือนั้น ยืนยันว่าไม่ผิดไปจากแผนแม่บทเนื่องจาก ICAO และ IATA นั้นได้กำหนดให้อัพเดทแผนแม่บททุก 5 ปี ตามเทรนด์ตลาดการบินที่เปลี่ยนแปลงไป

ประกอบกับข้อยืนยันจากคณะกรรมการอาวุโสที่อยู่ในทีมร่างแผนแม่บทฉบับแรก เห็นควรให้ปรับแผนแม่บทดังกล่าวเพื่อลดความแออัดในสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในขั้นวิกฤติ ติดทั้งเรื่องผู้โดยสารล้นและเที่ยวบินเพิ่มสล็อตการบินไม่ได้

ตอนนี้ผู้โดยสารเกินขีดรองรับวันละ 175,000 คน มีจำนวนสะพานเทียบเครื่องบินน้อย ไฟลท์กว่า 70% ต้องขึ้นรถบัสไปยังเครื่องบิน (Bus Gate) ดังนั้นหากสร้างรันเวย์แห่งที่ 3 แล้วเสร็จในปี 2566 แต่ยังไม่มีอาคารใหม่ สถานการณ์จะเลวน้ายมากยิ่งขึ้น ส่วนการพัฒนาอาคารใหม่ในทิศใต้ตามแผนแม่บทเดิมนั้นเป็นไปได้ยากเพราะถนนและโครงสร้างพื้นฐาาระบบขนส่งอยู่แค่เฉพาะฝั่งเหนือ

"การก่อสร้างส่วนต่อขยายทิศเหนือเสร็จอาคารส่วนนี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 40 ล้านคนต่อปี เมื่อถึงกำหนดการเสร็จของโครงการประมาณการว่าจะใช้เวลาสร้าง 3-4 ปี หรือปี 2566 หรืออย่างช้าไม่เกินปี 2567 สนามบินสุวรรณภูมิจะรองรับผู้โดยสารได้ 100 ล้านคน เมื่อเปิดใช้อาคารใหม่และอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังใหม่ ในปีดังกล่าว" นายนิตินัยกล่าว

นายนิตินัย กล่าวยืนยันว่าไม่ได้เมินหน่วยงานรัฐ ที่ผ่านมาได้รับฟังเสียงอย่างรอบด้านจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงแล้วทั้งจากองค์กรมาตรฐานการบินโลก ภาครัฐบาล ประชาชน ตลอดจน ผู้เกี่ยวข้อง เช่น สายการบิน ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษาท่าอากาศยาน (ACC) ซึ่งประกอบด้วย IATA, AOC และผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โดยส่วนใหญ่ต้องการให้มีอาคารผู้โดยสารใหม่เพิ่ม

อย่างไรก็ตามหากโครงการไม่สามารถไปต่อได้ก็มีแผนสำรอง คือ การขอรับโอนสนามบินฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพื่อลดความแออัดภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

นายนิตินัยกล่าวอีกว่า สำหรับการผลักดันการก่อสร้างส่วนต่อขยายทิศเหนือนี้ ฝ่ายบริหาร ทอท.จะนำเสนอที่ประชุมบอร์ด ทอท.เพื่อพิจารณาอนุมัติเดินหน้าโครงการ หลังจากก่อนหน้านี้เปิดรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้ประกอบการ สายการบิน และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยบอร์ด ทอท.จะพิจารณาวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้

หลังจากนั้นจะเสนอโครงการไปยังกระทรวงคมนาคมก่อนนำเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสุดท้ายขอความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี(ครม.)หลังจากนั้นจะก่อสร้างภายใต้กรอบวงเงินที่เคยกำหนดไว้กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต