เตือน 5ปัจจัยเสี่ยงทำธุรกิจในไทย ระวังเศรษฐกิจฟองสบู่-การเมือง

วันที่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 12:00 น.
เตือน 5ปัจจัยเสี่ยงทำธุรกิจในไทย ระวังเศรษฐกิจฟองสบู่-การเมือง
พาณิชย์ เปิดผลศึกษาความเสี่ยงทำธุรกิจ ความล้มเหลวของรัฐบาลมาเป็นอันดับ 2 ส่งสัญญาณเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง 7 ประเทศขาใหญ่หนี้สาธารณะพุ่ง 225%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึง ผลการศึกษาเรื่อง “ความเสี่ยงระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ (Regional Risk of Doing Business 2019) ที่จัดทำโดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)ว่า ได้นำเสนอข้อมูลการจัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจของภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ความเสี่ยงในการทำธุรกิจในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. เศรษฐกิจฟองสบู่ 2. ความล้มเหลวของรัฐบาล 3. การโจมตีทางไซเบอร์

4. ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์ และ 5. ความไม่มั่นคงทางสังคม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรมีการศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการด้านการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการต่างประเทศ รวมทั้งหาทางแนวทางและมาตรการป้องกันและรับมือกับความเสี่ยงต่างๆอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด 7 อันดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและอินเดีย (ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตรวมคิดเป็นร้อยละ 60 ของการผลิตโลก) มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561

รวมทั้งหนี้สาธารณะโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ร้อยละ 225 ของ จีดีพีโลก ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของภาคการเงินสาธารณะในทุกภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลเกี่ยวเนื่องต่อ ความเสี่ยงในด้านอื่น อาทิ การจ้างงาน การจัดสวัสดิการของภาครัฐแก่ประชาชน และราคาพลังงาน เป็นต้น

ในปี 2562 คาดการณ์ว่าโลกจะมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลกในวงกว้าง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยคุกคามที่มีความหลากหลาย และความเสี่ยงต่างๆ จะทำให้แต่ละภูมิภาคมีความจำเป็นต้องร่วมมือกันเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยความร่วมมือกันในระดับภูมิภาคจะสามารถดำเนินการในมุมมองที่แตกต่างและเติมเต็มการแก้ปัญหาที่เดิมไม่สามารถแก้ไขได้

นอกจากนี้สภาเศรษฐกิจโลกได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจทั่วโลกปี 2562 นี้ 10 อันดับแรก ได้แก่ 1. วิกฤติทางการเงิน 2. การโจมตีทางไซเบอร์ 3. ภาวะการว่างงาน 4. วิกฤติราคาพลังงาน 5. ความล้มเหลวของรัฐบาล 6. ความวุ่นวายทางสังคม 7. การโจรกรรมข้อมูล 8. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 9. การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 10. เศรษฐกิจฟองสบู่

สำหรับความเสี่ยงในการทำธุรกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกนั้น แบ่งได้เป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และด้านเศรษฐกิจ โดยสรุป 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้แก่ 1. ภัยธรรมชาติ 2. การโจมตีทางไซเบอร์ 3. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 4. วิกฤตการณ์ทางการเงิน 5. เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรง 6. เศรษฐกิจฟองสบู่ 7.การโจรกรรมข้อมูล 8. วิกฤติราคาพลังงาน 9. ภาวการณ์ว่างงาน 10. ความล้มเหลวของรัฐบาลน.ส. พิมพ์ชนก กล่าวว่า ทางสำนักงานนโยบายฯจะดำเนินการติดตามรายงานผลสำรวจ การจัดอันดับและการศึกษาต่างๆ ขององค์กรที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก อาทิ ธนาคารโลก และสภาเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประเด็นทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ซึ่งนับเป็นหน้าที่สำคัญของสำนักงานฯ ที่จะสนับสนุนข้อมูลและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ ให้ตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อส่งเสริมการค้าเชิงรุก (proactive strategy) ให้สามารถขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น