ไทยโหมลงทุน R&Dทะลุ 2 แสนล้าน หวังกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

  • วันที่ 23 ก.ย. 2562 เวลา 15:00 น.

ไทยโหมลงทุน R&Dทะลุ 2 แสนล้าน หวังกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ยอดลงทุน R&D ปี'62 พุ่ง 2 แสนล้านบาท โตก้าวกระโดด 32% ชี้อุตสาหกรรมใหม่ อีอีซีขาดคนขับเคลื่อนกว่า 1 แสนคน รัฐปักธงปั้นเด็กฟื้นธุรกิจท้องถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเติบโตอย่างยั่งยืนเน้นด้านอาหาร-เกษตร-ท่องเที่ยว

นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า คาดการณ์ตัวเลขการลงทุนวิจัยและพัฒนา(R&D)ภายในประเทศไทยประจำปี 2562 อยู่ที่ 200,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปี 2561 ถือว่าเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจผลักดันประเทศไปสู่การเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบยั่งยืน ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งพบว่าในปี 2561 มีการขยายตัวต่อเนื่อง 36% โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าในปี 2565 จะดันยอดการลงทุน R&Dของภาครัฐและเอกชนให้สูงกว่าปีละ 280,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าหมายของประเทศในการเร่งผลิตบุคลกรด้านสะเต็มศึกษา (STEM Degree)ประกอบด้วยสาขา วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ ให้มีสัดส่วนเป็น 50% ของเด็กจบการศึกษาระดับปริญญาตรีภายในปี 2570 รองรับการส่งเสริมอุตสหกรรมใหม่ S-curve ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เนื่องจากบุคลากรขาดแคลน

สอดคล้องกับโครงการสำรวจความต้องการบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมรายอุตสาหกรรม ในปี 2562 ของ สอวช. พบว่า บริษัทในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S-curve มีความต้องการบุคลากร ระหว่างปี 2562 – 2566 จำนวนทั้งสิ้น 107,045 ตำแหน่ง แบ่งเป็น อุตสาหกรรมดิจิทัล 34,505 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 29,735 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 20,153 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ 12,816 ตำแหน่ง และอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ 9,836 ตำแหน่ง 

นายกิติพงค์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้รัฐบาลเน้นการส่งเสริมและผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเตรียมจัดงาน CEO Innovation Forum 2019 “Empowering the Next Gen for the Future ในวันที่ 26 ก.ย. 2562 สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งต้องการเน้นด้านพัฒนาคนรุ่นใหม่กลับไปเป็นเจ้าของธุรกิจในชุมชน หรือ กลับไปพัฒนาบ้านเกิดเป็นการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างยั่งยืน(New Growth of Local Economy)ด้าน อาหาร ท่องเที่ยวและการเกษตร เช่น การเตรียมความพร้อมเด็กรุ่นใหม่ การผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจท้องถิ่น ตลอดจนแนวทางการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กในท้องถิ่น ตลอดจนศักยภาพอุตสาหกรรมเกมส์และกีฬา e-sport ในประเทศไทย และทักษะในอนาคตที่เด็กไทยควรตื่นตัวเป็นต้น

ข่าวอื่นๆ