บีทีเอส-กัลฟ์ ส่อคว้าสัมปทานบริหารมอเตอร์เวย์ 6.1 หมื่นล้าน

  • วันที่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 18:08 น.

บีทีเอส-กัลฟ์ ส่อคว้าสัมปทานบริหารมอเตอร์เวย์ 6.1 หมื่นล้าน

กรมทางหลวงแจงผลประมูลซองราคา 2 โปรเจ็คใหญ่ O&M มอเตอร์เวย์ 6.1 หมื่นล้านบาท กลุ่มบีทีเอส-กัลฟ์เสนอราคาต่ำสุด รอลุ้นเปิดซองที่2-3แข่งผลตอบแทนรัฐ คาดชงรายชื่อผู้ชนะเข้าครม.เดือนม.ค. 2563

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึง ผลประมูลโครงการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน – นครราชสีมา และมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี วงเงิน 6.1 หมื่นล้าบาท อายุสัมปทาน 30 ปี พบว่าโครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา วงเงินราคากลาง 33,258 ล้านบาท นั้น เอกชนที่เสนอราคาต่ำที่สุดได้แก่ 1.กิจกรรมร่วมค้า บีจีเอสอาร์ นำโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอ 21,329 ล้านบาท

2.กลุ่มกิจการร่วมค้า CCCC-UN บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท China Communications Construction Company Ltd. ยื่นข้อเสนอ 26,289 ล้านบาท 3.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ยื่นข้อเสนอ 29,849 ล้านบาท

ส่วนโครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี วงเงินราคากลาง 27,828 ล้านบาท ทางกิจกรรมร่วมค้า บีจีเอสอาร์ ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทนต่ำสุด 17,809 ล้านบาท 2.กลุ่มกิจการร่วมค้า UN-CCCC ยื่นข้อเสนอ 23,149 ล้านบาท 3.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ยื่นข้อเสนอ 25,196 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องและครบถ้วนของข้อเสนอซองที่ 2 จากผู้ที่ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย โดยข้อเสนอจะต้องมีความเป็นไปได้ตามข้อกำหนด ก่อนที่จะพิจารณาจัดลำดับเพื่อหาผู้ที่ผ่านการประเมินสูงสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอขอรับค่าตอบแทนต่ำที่สุดและตรวจสอบแล้วว่าข้อเสนอมีความครบถ้วนสมบูรณ์ จะถือว่าเป็น “ผู้ผ่านการประเมินสูงสุด” ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะพิจารณาข้อเสนอซองที่ 3 ข้อเสนออื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการและการดําเนินงานของกรมทางหลวง และขั้นตอนการเจรจากับผู้ผ่านการประเมินสูงสุด ก่อนที่จะประเมินให้เป็น“ผู้ชนะการคัดเลือก” และพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ของ พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุนฯ ต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนได้ภายในเดือนมกราคม 2563

สำหรับขอบเขตความรับผิดชอบของเอกชนตามสัญญานี้ ประกอบด้วยงานระยะที่ 1 การลงทุนออกแบบและติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและระบบบริหารจัดการจราจรที่ทันสมัย พร้อมก่อสร้างอาคารต่างๆ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลา 3 ปี ส่วนงานระยะที่ 2 เอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M)ทั้งในส่วนของงานโยธาและงานระบบ ตลอดระยะเวลา 30 ปี เช่น การจัดเก็บเงินค่าผ่านทางนำส่งให้กรมทางหลวง (รัฐเป็นเจ้าของรายได้ค่าผ่านทาง) การบริหารจัดการและควบคุมการจราจร งานด่านชั่งน้ำหนัก งานกู้ภัย การซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนและอุปกรณ์ระบบต่างๆ เป็นต้น โดยเอกชนจะได้รับค่าตอบแทนการให้บริการ (Availability Payment) หลังจากการเปิดให้บริการเส้นทางเต็มรูปแบบแล้ว

ทั้งนี้ หากการปฏิบัติงาน O&M ของเอกชนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เช่น ความเรียบของผิวถนน การสะท้อนแสงของป้ายและเส้นจราจร ความสว่างของไฟส่องทาง การซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหายให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด การจัดการรถติดขัดบริเวณหน้าด่าน การตอบสนองต่ออุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉิน ความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์งานระบบต่างๆ ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ อัตราการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิต การรักษาคุณภาพตามเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน ISO เป็นต้น เอกชนจะถูกปรับลดค่าตอบแทนที่จะได้รับในแต่ละไตรมาสตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ต่อไป

ข่าวอื่นๆ