ตั้งวอร์รูมเกาะติดการค้า ระดมสมองออกมาตรการเชิงรุกเร่งส่งออกไทย

  • วันที่ 14 ส.ค. 2562 เวลา 18:34 น.

ตั้งวอร์รูมเกาะติดการค้า ระดมสมองออกมาตรการเชิงรุกเร่งส่งออกไทย

กรอ.พาณิชย์นัดแรก ตั้งวอร์รูมรับมือสงครามการค้า กำหนดมาตรการเชิงรุกเจาะตลาดส่งออก ขีดเส้น3-6 เดือนต้องเห็นผล ขณะที่เป้าหมายส่งออก3% ยังไม่ทบทวน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์การค้าส่งออกของประเทศท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนซึ่งมีผลกระทบทั่วโลก โดยมีมติให้ตั้ง ตั้งคณะวอร์รูม (War room)มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เป็นฝ่ายเลขานุการ ประกอบด้วยผู้แทนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อประชุมและกำหนดมาตรการเชิงรุกเชิงรับร่วมกัน ในการปลดล็อคปัญหาและรักษาตลาดส่งออกของไทยในเวทีโลก

นอกจากนี้จะต้องเร่งเจาะตลาดส่งออกต่างประเทศ กำหนดเป้าหมายการทำงาน 3-6 เดือนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ CLMV จีน อินเดียและเอเชียใต้ อาเซียน และตะวันออกกลาง ซึงเดิมเคยเป็นตลาดส่งออกข้าวไทยมาก่อน  เช่น อิรัก จอร์แดน กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และตลาดอื่นๆ โดยให้มีการตั้งคณะทำงานรายตลาด ทั้งรายสินค้าและบริการ  มีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเป็นแม่งาน ในการประสานกับหน่วยต่างๆและหาช่องทางการววางกลยุทธ์เพื่อผลักดันการส่งออกต่อไป

ด้านการค้าชายแดน ยังมีความสำคัญสำหรับการเพิ่มมูลค่าการค้าของไทยในปัจจุบัน ซึ่งยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่มาก โดยคณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นฝ่ายเลขานุการ จะหารือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออก ซึ่งทางภาคเอกชนมีข้อเสนอให้เจรจาเพื่อเปิดด่านถาวรเพิ่ม เช่น ด่านสิงขร ด่านห้วยต้นนุ่น ช่องอานม้า ช่องสายตะกู และขอให้พิจารณาเรื่องการขยายเวลาปิดด่านจากตีห้าถึงสี่ทุ่ม ขอขยายเป็นเที่ยงคืน ซึ่งจะนำไปเจรจาในการประชุมค้าชายแดน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า จะกำหนดให้มีการจัดประชุม กรอ.พาณิชย์ เดือนละครั้งเพื่อติดตามงานของคณะทำงานที่ได้จัดตั้งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหากสามารถผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เดินหน้าได้ จะทำให้ตัวเลขการส่งออกขยายตัวได้เพิ่มขึ้น โดยในครั้งนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาทบทวนเป้าหมายส่งออกของไทยที่กำหนดไว้ปีนี้ขยายตัว 3% เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่เวทีพิจารณาเป้าหมายการส่งออก แต่เป็นเวทีหามาตรการเพื่อสนับสนุนการส่งออกให้ไปต่อได้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ