'ราชาเฟอร์รี่' มีตู้ขายตั๋วออนไลน์แล้ว !! นำร่อง 2 จุด ถนนข้าวสาร-ท่าเรือดอนสัก

  • วันที่ 13 ส.ค. 2562 เวลา 20:15 น.

'ราชาเฟอร์รี่' มีตู้ขายตั๋วออนไลน์แล้ว !! นำร่อง 2 จุด ถนนข้าวสาร-ท่าเรือดอนสัก

ราชาเฟอร์รี่ เตรียมปรับระบบการให้บริการใหม่ หวังกระตุ้นรายได้ครึ่งปีหลัง เหตุ 6 เดือนแรกยังไม่เข้าเป้า เศรษฐกิจซึม นักท่องเที่ยวชะลอตัว

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้วางแผนปรับระบบการให้บริการใหม่ เพื่อรองรับโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563 โดยนำร่องทดลองใช้ตู้จำหน่ายตั๋วออนไลน์ หรือ RP BOX ที่สำนักงานสาขาข้าวสารและหน้าท่าเรือดอนสัก เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆเร็วๆนี้

ขณะเดียวกันก็ลงทุนปรับระบบการจองออนไลน์ใหม่ ทั้งทางเว็บไซด์และระบบ GO ORCA เพื่อให้ใช้งานง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น คาดว่าเมื่อระบบใหม่สมบูรณ์จะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายผ่านระบบออนไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 40% จากยอดขายปัจจุบัน

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2562 รายได้รวมอยู่ที่ 184.19 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 192.40 ล้านบาท หรือลดลง 4.26% ส่งผลให้ครึ่งปีแรก 2562 รายได้รวมอยู่ที่ 378.71 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 383.90 ล้านบาท หรือ 1.35% เนื่องจากภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศชะลอตัวลง ประกอบบริษัทมีแผนขยายการลงทุนใหม่หลายด้าน

“รายได้รวมครึ่งปีแรก 2562 ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่าจะลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุมที่มีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวลง แต่จากสถิติจำนวนลูกค้าที่จองตั๋วล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เข้ามาพบว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นายอภิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังปรับระบบการให้บริการใหม่สมบูรณ์ และแผนขยายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอยู่ออกมาชัดเจนแล้ว จะช่วยผลักดันให้รายได้รวมทั้งปีนี้พลิกฟื้นกลับมาดีขึ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน หรือเติบโตได้ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารยังได้อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท จัดหางาน อาร์พี จ็อบ จำกัด (RP Job) จาก 1 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาท เพื่อขยายการให้บริการด้านการจัดหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในอนาคตยังมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานจากประเทศเมียนมา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ