มิตซูบิชิลดราคาแอร์50%ตั้งเป้าผู้นำตลาดใน3-5ปี

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 19:24 น.
มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ดัมพ์ราคาแอร์อาคารลง 50% เดินหน้ารุกตลาดเต็มสูบ ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 3 – 5 ปี พร้อมลงทุนเพิ่มอีก 300 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตอีก 5 แสนเครื่อง

นายเคนจิ อิโต้ ประธาน บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลม เป็นต้น เปิดเผยว่า เพื่อบุกตลาดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่หรือเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารที่มีขนาด 24,000 – 60,000 บีทียู บริษัทจึงปรับลดราคาสินค้าลงมากกว่า 50% เพื่อแข่งขันกับผู้นำตลาดซึ่งเป็นโลคัลแบรนด์ แบรนด์ยูโรป และอเมริกาให้ได้ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าวด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 30% ภายใน 3 – 5 ปี จากปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าวไม่ถึง 10%

ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารมีสัดส่วน 10% หรือคิดเป็นปริมาณ 1 แสนเครื่อง จากตลาดรวมเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านเครื่อง โดยตลาดรวมเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยปีมีอัตราการเติบโตดี แบ่งเป็นตลาดเครื่องปรับอาการสำหรับบ้านที่มีสัดส่วน 90% จากตลาดรวมปีนี้มีอัตราการเติบโตถึง 20% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารมีอัตราการเติบโต 14 – 15%

“ราคาเครื่องปรับอากาศที่ลดลงมาแล้วจะอยู่ในระดับราคา 60,000 ลงไป จากเดิมที่มีราคา 1.2 แสนบาทในบางรุ่น แต่ยังแพงกว่าคู่แข่งในบางแบรนด์เล็กน้อย หรือประมาณ 10% ซึ่งบริษัทจะชูเรื่องคุณภาพเป็นจุดแข็งในการขาย โดยการลดราคาสินค้าลงมากกว่าครึ่งนี้ สอดคล้องกับความพร้อมในการผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร หลังจากที่บริษัทลงทุนขยายไลน์การผลิตเมื่อ 4 ปีก่อน ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท ทำให้ในปีนี้บริษัทพร้อมที่จะผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารขายภายในประเทศแทนการนำเข้า” นายเคนจิ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้บริษัทมีแผนลงทุนอีก 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศอีก 5 แสนยูนิตต่อปี จากปัจจุบันที่บริษัทมีกำลังการผลิตที่ 3.5 ล้านยูนิตต่อปี แบ่งเป็นการขายภายในประเทศ 20% และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วยอีก 80%

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโตกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 8,100 ล้านบาท เพราะยอดขายในช่วงที่ผ่านหรือตั้งแต่เดือน เม.ย. – ต.ค. มีอัตราการเติบโตแล้ว 40% ดังนั้นคาดว่าในช่วงปิดปีงบประมาณ 2553 ของบริษัทในเดือน มี.ค. 2554 บริษัทจะมียอดขายราว 8,500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้าน 55% เครื่องปรับอากาศสำหรับอาคาร 3% ตู้เย็น 21% ปั๊มน้ำ 9% พัดลม 8% พัดลมระบายอากาศ 2% และอื่น 2%

นายอนันต์ บรรเจิดธรรม กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เผยต่อว่า ในส่วนการทำตลาดของเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคาร บริษัทจะใช้งบราว 20 กว่าล้านบาทในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตลอด 1 ปี จนถึงมี.ค.ปีหน้า จากงบการตลาดรวมบริษัทที่ 500 ล้านบาท ขายผ่านช่องทางดีลเลอร์กว่า 100 ร้านทั่วประเทศจับกลุ่มธุรกิจขนาดย่อย เช่นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น