'กัลฟ์'ชิงประมูลแหลมฉบัง ขายซองทีโออาร์อีกรอบ
เอกชน 33 ราย ตบเท้าซื้อเอกสารการประมูลแหลมฉบังรอบใหม่ "กัลฟ์" โผล่ยื่นชิงเค้ก 8.4 หมื่นล้าน
เอกชน 33 ราย ตบเท้าซื้อเอกสารการประมูลแหลมฉบังรอบใหม่ "กัลฟ์" โผล่ยื่นชิงเค้ก 8.4 หมื่นล้าน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานพิธีเปิดท่าเทียบเรือ D ของบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ได้เปิดให้บริษัทเอกชนที่สนใจเข้ามาซื้อซองการประกวดราคา (ทีโออาร์) รอบใหม่ ของโครงการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังใหม่ (ทลฉ.) ระยะที่ 3 ท่าเรือ F วงเงินลงทุน 8.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทเอกชนทั้ง 32 รายที่เคยซื้อซองไปแล้วก่อนหน้านี้ได้ทยอยเข้ามาซื้อซองฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว และมีรายใหม่ที่เข้ามาซื้อซองอีก 1 ราย หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นซองข้อเสนอและคัดเลือกเอกชนเพื่อเจรจาลงนามสัญญาต่อไป
ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังจากการปรับเงื่อนไขทีโออาร์ดังกล่าวจะทำให้ข้อจำกัดที่มีการประมูลครั้งแรกหมดไป จนทำให้มีเอกชนผู้สนใจเข้ามาซื้อซองเยอะพอสมควร
"มั่นใจว่าครั้งนี้จะมีเอกชนสนใจเข้ามาร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเห็นว่ามีการเติบโตของท่าเรือแหลมฉบังสูงมาก ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีจะเป็นช่วงที่เปิดท่าเรือ F ต่อ เพื่อรองรับความต้องการ ซึ่งการพัฒนาท่าเรือไม่จำเป็นต้องให้เต็มก่อนแล้วค่อยพัฒนา เมื่อการให้บริการท่าเรือเต็มมันจะฉุกละหุกมากต้องเร่งพัฒนา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดกับสนามบินของไทยในตอนนี้" นายไพรินทร์ กล่าว
สำหรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีฮีซี) ขณะนี้โครงการต่างๆ เป็นไปตามกำหนด คาดว่าถ้าเริ่มได้จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ที่จะมาสานต่อ ถ้าเริ่มนับหนึ่งได้ก็เชื่อว่าจะไม่ใช่เรื่องยาก
แหล่งข่าวจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ระบุว่า บริษัทเอกชนรายใหม่ที่ได้ยื่นซื้อซองทีโออาร์ ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอป เมนท์ (กัลฟ์)
นายสตีเฟน แอชเวิร์ธ กรรมการ ผู้จัดการฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ทางฮัทชิสันมีความสนใจที่จะเข้าร่วม ประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทีโออาร์ใหม่ที่ได้มีการปรับเงื่อนไข เพิ่มเติม
ด้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดตั้งกรมรางเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตัวบทกฎหมาย ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบภายในเดือน ก.พ.นี้ โดยขอบเขตอำนาจของกรมรางจะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล (เรกูเลเตอร์) คล้ายกับกรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)


