เที่ยวปีใหม่ข้าวสารคึก! แห่เคาต์ดาวน์6หมื่นคนเงินสะพัด30ล้าน

วันที่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 21:31 น.
เที่ยวปีใหม่ข้าวสารคึก! แห่เคาต์ดาวน์6หมื่นคนเงินสะพัด30ล้าน
ผู้ประกอบการถนนข้าวสารหวังเลือกตั้งช่วยอานิสงส์ท่องเที่ยวบริการสดใส รัฐออกมาตรการหนุน หลังปี 2561 นักท่องเที่ยวหด 20%

นายสง่า เรืองวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัดดี้ กรุ๊ป และที่ปรึกษานายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณถนนข้าวสารตลอดทั้งปี 2561 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 15-20% จากปี 2560 ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในเขตพระนครและถนนข้าวสารเฉลี่ยอยู่ที่ 75-80% จากปี 2560 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 90-95%

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลงหลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ประกอบกับนักท่องเที่ยวยุโรปที่ลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค. 2561 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีอัตราการเข้าพักมากกว่า 90% และเต็ม 100% ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. และ 1 ม.ค. ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการจัดงานเทศกาลเคาต์ดาวน์ปีใหม่ถนนข้าวสาร และมีกิจกรรมที่หลากหลายในแต่ละร้านอาหาร สถานบันเทิง โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวร่วมงานมากกว่า 6 หมื่นคน เกิดเงินสะพัดมากกว่า 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70% เช่น ยุโรป เกาหลี จีน ญี่ปุ่น และ 30% เป็นคนไทย

ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2562 จากมาตรการภาครัฐที่มาตรการทางวีซ่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง หรือเอฟไอที ซึ่งมีกำลังซื้อสูง รวมทั้งตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป อินเดีย และเกาหลี ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัญญาณการเลือกตั้งที่ชัดเจนจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ

พร้อมกันนี้ สมาคมวางแผนโรดโชว์ในตลาดเอเชียร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เช่น เมืองต่างๆ ของประเทศจีน ฮ่องกง และเวียดนาม ที่เป็นตลาดใหม่ของผู้ประกอบการถนนข้าวสาร โดยคาดว่าจะเริ่มออกโรดโชว์ได้ในช่วงไตรมาส 2 นี้จนถึงช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวถนนข้าวสาร โดยคาดว่าอัตราการเข้าพักตลอดทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 85-90%

นายสง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนธุรกิจของบัดดี้ กรุ๊ป ในปีนี้ ได้เตรียมงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยจะพิจารณาซื้อแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาอยู่ในเครือของบริษัท รวมทั้งจะขยายร้านอาหารไทย โดยจะให้บริการแบบนั่งกินดื่ม มีพื้นที่ทำงานรวมถึงสปา โดยไม่มีห้องพัก บนพื้นที่ 140 ตารางวา

สำหรับรายได้ในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20% จากปี 2561 ที่ต่ำกว่าเป้า 15% จากกำลังซื้อคนไทยและนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยรายได้หลักจะยังมาร้านอาหาร ผับ คลับ และโรงแรม ส่วนธุรกิจใหม่คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ราว 50 ล้านบาท/ปี

“ปีนี้จะไม่เน้นขยายธุรกิจโรงแรม เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและการเกิดใหม่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่จะมุ่งขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นยังคงต้องกินดื่ม ซึ่งจะเป็นอีกโอกาสของธุรกิจที่สร้างรายได้” นายสง่า กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต