ชาเขียวลุ้นเลือกตั้งฟื้น โออิชิคาดปีหน้าพลิกกลับมาบวก

วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 08:04 น.
ชาเขียวลุ้นเลือกตั้งฟื้น โออิชิคาดปีหน้าพลิกกลับมาบวก
โออิชิ หวังอานิสงส์ เลือกตั้ง หนุนตลาดชาเขียวปี 2562 กลับมาโต ล่าสุดปรับบุกชาพรีเมียม พร้อมลุยต่างประเทศหลังฟอร์มทีมชุดใหญ่

นางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาด ชาเขียวในปี 2562 คาดน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการมีมูลค่าตลาด ชาเขียวรวมอยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เพราะมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง ใหญ่ทั่วประเทศ และการเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่เข้ามาทำตลาด

สำหรับภาพรวมตลาดชาพร้อมดื่ม ในสิ้นปี 2561 นี้ คาดว่าจะปิดมูลค่าตลาดชาเขียวได้ที่ประมาณ 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท เท่ากับภาพรวมในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีปัจจัย บวกเข้ามาช่วยกระตุ้นให้ตลาดชาเขียวเติบโต จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2561 นี้ภาพรวมตลาดชาเขียวมีการขยายตัวติดลบ 20% เติบโตต่ำสุดในรอบ 15 ปี

อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมตลาด ชาเขียวจะตกลง แต่ชาเขียวภายใต้แบรนด์ โออิชิ ก็สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 45.4% เนื่องจากบริษัทมีสินค้านวัตกรรมใหม่เข้ามาทำตลาดและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

นางเจษฎากร กล่าวอีกว่า ในส่วนของแผนการทำตลาดในปี 2562 นี้ บริษัท ยังคงตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ด้วยการใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการทำตลาด ดังนี้ คือ 1.การเพิ่มการบริโภคชาเขียว (Penetration) โดยพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของผู้บริโภค และสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่สร้างความแปลกใหม่ 2.ตอกย้ำและครองใจกลุ่มวัยรุ่นด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแปลกใหม่และความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภค และ 3.มุ่งเน้นสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภคท้องถิ่น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะหันมาทำตลาดชาพร้อมดื่มในตลาดพรีเมียม มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดชาพร้อมดื่มพรีเมียมเติบโตเป็นตัวเลขสูงถึง 2 หลัก ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการเปิดตัว โออิชิ โกลด์ เก็นไมฉะ และโออิชิ โกลด์ คาบูเซฉะ เข้ามาทำตลาดในกลุ่มชาพร้อมดื่มพรีเมียม

"นอกจากจะมีสินค้ารสชาติใหม่และชาพรีเมียมเข้ามาทำตลาดในปีหน้าแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาด ส่งออกยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน จากแผนการดำเนินงานดังกล่าวทำให้บริษัทต้องเซตทีมการตลาดขึ้นมาใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น" นางเจษฎากร กล่าว

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศแล้วประมาณ 34 ประเทศทั่วโลก หลังจากสร้างทีมการ ตลาดต่างประเทศขึ้นมาใหม่ ในปี 2562 จะขยายตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรป ตะวันออกกลาง จีน มาเลเซีย สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา หลังจาก เดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่องคาดปี 2562 จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

บทความแนะนำ