ลุยเปิดพีพีพีสายสีเขียวต้องคุม65บาทตลอดสาย

วันที่ 22 ธ.ค. 2561 เวลา 09:38 น.
ลุยเปิดพีพีพีสายสีเขียวต้องคุม65บาทตลอดสาย
"พล.ต.อ.อัศวิน" ขานรับนโยบายเดินหน้า ปิดจ๊อบประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว คาดได้ผู้ชนะ เม.ย. 2562 อุบชื่อเอกชนสนใจเทกโอเวอร์เส้นทางบีทีเอส

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ กทม.เร่งดำเนินการเปิดประมูลร่วมทุนพีพีพีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อกำหนดแนวทางการให้บริการประชาชน รวมถึงเรื่องของราคาค่าโดยสารที่ต้องมีความเหมาะสมกับ ผู้มีรายได้น้อย

สำหรับการเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งเส้นนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะเร่งเปิดให้เอกชนเข้ายื่นข้อเสนอแข่งขันโครงการดังกล่าว โดยกำหนดต้องได้ ผู้ชนะประมูลพร้อมลงนามสัญญา ภายในเดือน เม.ย. 2562 เพื่อให้ได้ข้อสรุปด้านเอกชนที่ดำเนินการและนโยบาย ด้านค่าโดยสารใหม่ ก่อนที่จะเริ่ม เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสำโรง-สมุทรปราการ ในวันที่ 16 เม.ย. 2562 ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้โดยสารเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบ 8 หมื่นคน/วัน โดยช่วงที่เปิดทดลองให้บริการกว่า 2 สัปดาห์ยังไม่มีปัญหาขัดข้องที่กระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการประมูลกำหนดให้เอกชนต้องรับภาระหนี้สิน และทรัพย์สินจำนวน 1 แสนล้านบาทแทน กทม. พร้อมชำระภายใน 10 ปีให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขณะที่เกณฑ์การให้คะแนนจะเน้นไปที่การเสนอผลตอบแทนให้ กทม. โดยผู้ที่เสนอค่าโดยสารต่ำที่สุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ-ใต้ ตลอดสายต้องไม่เกิน 65 บาท (ลำลูกกา-บางปู) และ (ลำลูกกา-บางหว้า/บางหว้า-บางปู) ทั้งนี้มีเอกชนที่มีศักยภาพสนใจเข้าร่วมประมูลเส้นทางดังกล่าวเพื่อเข้ามาบริหารแทนบีทีเอสในอนาคต แต่ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้

"บีทีเอสส่งคนมาเจรจาแล้วหลายครั้ง กรณีค่าโดยสาร 65 บาท เอกชนทำได้แต่จะได้กำไรที่น้อย แต่ผมพูดแล้วคำไหนคำนั้น ต้องไม่เกินจากราคานี้" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปีหน้าจะเร่งขั้นตอนการเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) และเปิดประมูลโครงการเพื่อให้ได้ตัวเอกชนที่ชนะโครงการภายในเดือน เม.ย. จากนั้นจะเจรจาต่อรองสัญญาและลงนามสัญญาก่อนวันที่ 16 เม.ย. 2562 ซึ่งเป็นวันเริ่มเก็บค่า โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายวันแรก

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะมีอายุ สัมปทาน 24-25 ปี ในรูปแบบเปิดให้ เอกชนร่วมทุนพีพีพีแบบคัดเลือก เอกชนบริหารรายเดียวตลอดเส้นทาง เพื่อรองรับการหมดสัมปทานของบีทีเอส ที่จะสิ้นสุดในปี 2585 แต่ในเงื่อนไข กทม.สามารถบอกเลิกสัญญาได้ตั้งแต่ปี 2572 ส่วนด้านปริมาณผู้โดยสาร ส่วนต่อขยายในปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 5.34 แสนคน/วัน รวมรายได้ ปีละ 14,014 ล้านบาท สุดท้ายในปี 2584 จะมีผู้โดยสารส่วนต่อขยายรวม 5.9 แสนคน/วัน รวมรายได้ปีละ 20,582 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต