โออิชิปลุกร้านอาหาร 5.0

วันที่ 21 ธ.ค. 2561 เวลา 08:04 น.
โออิชิปลุกร้านอาหาร 5.0
โดย...จะเรียม สำรวจ

ออกมาประกาศเร่งสปีดในการขยายสาขาอีกครั้ง สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารในเครือ โออิชิ หลังจากปี 2562 มีปัจจัยบวกในด้านของภาพรวมเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในต้นปี 2562 เข้ามาช่วยหนุน ส่งผลให้บริษัท โออิชิ กรุ๊ป มีแผนจะเปิดร้านอาหารในเครือสาขาใหม่มากถึง 19 สาขา เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีการขยายสาขาไปเพียง 15 สาขาเท่านั้น

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการ ผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 คาดว่าจะมีการขยายตัวประมาณ 10% ซึ่งถือว่าสูงกว่าปี 2561 นี้ที่มีการขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 4-5% เท่านั้น เนื่องจากปีหน้าจะมีปัจจัยบวกในด้านของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว จากนโยบายการกระจายรายได้ ของภาครัฐไปยังกลุ่มผู้บริโภคในระดับรากหญ้า ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวเริ่มมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และจากการที่ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น บริษัทมั่นใจว่าจะส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารขยายตัวดีขึ้นกว่าปีนี้อย่างแน่นอน

จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวทำให้ โออิชิ กรุ๊ป มีแผนจะเปิดเกมรุกขยายธุรกิจร้านอาหารอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้นั้น จะมีทั้งในส่วนของการขยายธุรกิจในรูปแบบของออฟไลน์และออนไลน์ โดยในส่วนของออฟไลน์จะมุ่งเน้นขยายสาขาไปในต่างจังหวัดในระดับเทียร์ 3 และเทียร์ 4 เนื่องจากปัจจุบันเมืองมีการขยายตัวมากขึ้น ดังนั้น โออิชิ กรุ๊ป จึงมีแผนจะไปเปิดธุรกิจร้านอาหารในระดับอำเภอมากขึ้น

สำหรับแบรนด์ร้านอาหารที่ โออิชิ กรุ๊ป จะนำไปบุกตลาดเทียร์ 3 และเทียร์ 4 นับจากนี้ คือ ชาบูชิ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วไปมีความคุ้นเคยและเข้าถึงง่าย ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มนำร้านชาบูชิไปเปิดในทำเลดังกล่าวบ้างแล้ว เช่น อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ลพบุรี และราชบุรี เป็นต้น

นอกจากจะใช้แบรนด์ชาบูชิเป็น หัวหอกหลักในการบุกตลาดต่างจังหวัดแล้ว โออิชิ กรุ๊ป ยังมีแผนปรับพื้นที่ร้านชาบูชิให้มีขนาดเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และทำเลที่จะเข้าไปเปิดให้บริการ ด้วยการลดขนาดพื้นที่เหลือ 160-220 ตารางเมตร จากปัจจุบันใช้พื้นที่ประมาณ 350 ตารางเมตร

ไพศาล กล่าวว่า การลดขนาดพื้นที่ของร้านชาบูชิก็เพื่อให้เกิดความเหมาะสม กับพื้นที่ที่จะเข้าไปเปิดให้บริการ และทำให้การขยายธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ถือเป็นการเปลี่ยนตามยุคสมัยจากยุค 1.0 มายุค 2.0 และพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันที่เป็นยุค 5.0 ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะทำร้านโออิชิในรูปแบบเทคโฮมไม่มีที่นั่ง

ในส่วนของร้านอาหารสาขาใหม่ 19 สาขา ที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นั้น แบ่งเป็นร้านโออิชิ อีทเทอเรียม 5-6 สาขา ชาบูชิ 10 สาขา และโออิชิ เดลิเวอรี่ 3-4 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5-15 ล้านบาท

ไพศาล กล่าวต่อว่า การขยายสาขาโออิชิ เดลิเวอรี่ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทจะให้ความสำคัญในปีหน้า เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายที่จะให้บริการจัดส่งอาหารให้ถึงมือลูกค้าเหลือเพียง 12 นาที จากปัจจุบัน 15 นาที ดังนั้น การขยายสาขาให้ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้ระยะทางในการจัดส่งสั้นลง ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจะปรับเมนูอาหารให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งเบื้องต้นจะเน้นการปรับปรุงบริการ ดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน

แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการตอกย้ำการเป็นเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น (King of Japanese Food) ซึ่งปัจจุบัน โออิชิ กรุ๊ป มีธุรกิจร้านอาหารในเครือด้วยกัน 7 แบรนด์ ประกอบด้วย โออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟ่ต์, นิกุยะ, ชาบูชิ, โออิชิ ราเมน และคาคาชิ

ทั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารในเครือมีความแข็งแกร่ง โออิชิ กรุ๊ป จึงได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย 1.Driving Organic Growth มุ่งเน้นสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการ เพื่อการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน 2.Driving Operational Excellence มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการทำงานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

กลยุทธ์ที่ 3.Store Expansion มุ่งเน้นขยายพื้นที่ให้บริการและสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่านการผนึกกำลังกับทุกแบรนด์ในเครือ พร้อมประยุกต์รูปแบบการขยายธุรกิจมาสู่โมเดลธุรกิจร้านอาหารที่มีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถเลือกเปิดได้ในทำเลที่น่าสนใจ เจาะตลาดจังหวัดเมืองรอง เข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

ไพศาล กล่าวอีกว่า ในรอบปี 2561 ที่ผ่านมาธุรกิจอาหาร กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากมีการวางแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้มีผลประกอบมีอัตราการเติบโตทั้งในด้านของรายได้และผลกำไร ซึ่งจากแผนการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทมั่นใจว่าปี 2562 น่าจะมีรายได้จากธุรกิจอาหารเติบโตตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต