เกษตรกรราชบุรี เลี้ยงกบสร้างรายได้ชุมชน

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 14:09 น.

เกษตรกรราชบุรี เลี้ยงกบสร้างรายได้ชุมชน

สายชล ศรีนวลจันทร์

หลังกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำร่องที่ได้สนับสนุนงบประมาณ ตามโครงการที่ชุมชนหมู่ 2 ต.หนองกลาง อ.เมือง จ.ราชบุรี เสนอรวมกลุ่มกันเลี้ยงกบในกระชังบกตามโครงการเสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกรรายย่อย ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้การสนับสนุนงบฯ จำนวน 1 แสนบาท เพื่อเป็นทุนเลี้ยงกบสร้างรายได้สู่ชุมชน

เนตรอัปสร จูฑะศร ประธานโครงการเลี้ยงกบ กล่าวว่า กลุ่มมีสมาชิกอยู่ 26 คน ที่นี่เคยมีอาชีพการเลี้ยงกบขายมาก่อนแล้ว ต่อมามีโครงการจากรัฐเข้ามาสนับสนุน จึงได้เสนอโครงการเลี้ยงกบเข้าไปยังที่ประชุม และได้มีการอนุมัติงบประมาณจำนวน 1 แสนบาท เข้ามาสนับสนุนเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ค่าพลาสติกอย่างหนารองพื้น ตาข่ายล้อมกระชัง ตาข่ายพรางแสงไว้บังบริเวณหลังคา ค่าลูกพันธุ์กบประมาณ 2 หมื่นตัว ตัวละ 1.50 บาท ค่าอาหารเม็ด ค่ายาบำรุงรักษา

เนตรอัปสร กล่าวอีกว่า วัสดุการเลี้ยงที่สำคัญคือ กระชังแบบสำเร็จรูปจะมีลักษณะเป็นผ้าใบสีดำหนาคงทนใช้รองพื้น มีตาข่ายด้านข้างโปร่งระบายอากาศได้ดี ด้านบนเป็นตาข่ายพรางแสงสีดำ กระชังมีความกว้าง 3 เมตร คูณ 6 เมตร ราคากระชังละ 1,500 บาท ใส่น้ำพอประมาณเพื่อให้ลูกกบที่เลี้ยงอาศัยอยู่ได้

ทางกลุ่มได้มีการตกลงกันว่าส่วนหนึ่งจะหักเป็นค่าใช้จ่าย ปันผลกำไรให้สมาชิก เหลือจากนั้นจะเก็บไว้เลี้ยงในรุ่นต่อไป การเลี้ยงกบในกระชังบกจะมีข้อดีคือ ใช้พื้นที่ไม่มาก แค่เนื้อที่ไม่ถึง 100 ตารางวา ก็สามารถเลี้ยงได้แล้ว หากเบื่อการเลี้ยงยังสามารถนำพันธุ์ปลาดุกมาเลี้ยงต่อได้อีก และยังเคลื่อนย้ายได้สะดวก หรือจะรื้อถอนปลูกพืชผักต่างๆ ในพื้นที่นั้นได้อีกด้วย

สำหรับอายุการเลี้ยง เริ่มตั้งแต่การนำลูกกบตัวเล็กขนาดนิ้วก้อยมาปล่อยดูแลเลี้ยงในกระชัง ได้อายุประมาณ 2 เดือนเศษขึ้นไปก็สามารถจับขายได้ โดยจะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าฟาร์ม ซึ่งความต้องการของตลาดช่วงนี้ขายหน้าฟาร์มอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 40 บาท แต่หากเป็นช่วงหน้าหนาวจะราคาดีมากกิโลกรัมละ 70 บาท

ทั้งนี้ ทางกลุ่มจะมีการตกลงกันว่า จะให้เพื่อนสมาชิกรายหนึ่ง เป็นผู้เลี้ยงในที่ดินของตนเอง โดยจะมีการนำวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่รัฐสนับสนุนมาให้เลี้ยง ให้ค่าจ้างเป็นค่าเลี้ยงเดือนละ 5,000 บาท จนกว่าจะจับขายได้

ด้าน คุณทรัพย์ จิระกุลอภิพัฒน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกบก็บอกว่าตนเองนั้นได้ริเริ่มเลี้ยงกบมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว เคยเลี้ยงกบตัวใหญ่สุดได้ประมาณตัวละ 5-6 ขีด หรือประมาณตัวละครึ่งกิโลกรัม การเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยาก มีการจัดแบ่งกระชังนำลูกกบไปใส่เลี้ยง เพื่อไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป ทำให้กบเจริญเติบโตดี ทุกวันต้องถ่ายน้ำในกระชังล้างทำความสะอาด เพื่อให้เนื้อตัวกบสะอาดไม่เป็นเมือก โดยจะนำล้อยางรถจักรยานยนต์มาวางไว้ เพื่อให้กบได้กระโดดขึ้นมาเกาะอาศัย เพื่อให้กบอารมณ์ดีขึ้น เจริญเติบโตได้เร็ว

จากนั้นก็จะนำอาหารเม็ดมาให้กิน 2 เวลา เช้าและเย็น ส่วนช่วงกลางคืนจะเปิดไฟไว้ในกระชัง เพื่อให้แมลงได้บินเข้ามาเล่นไฟและทำให้กบจับกินเป็นอาหารได้ประโยชน์อีกทางหนึ่ง เมื่อได้ช่วงระยะการจับส่งขายตลาดกบจะมีน้ำหนักอยู่ขนาด 8 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม หากยังไม่รีบร้อนจับกบขาย ก็จะเลี้ยงให้ตัวโตขนาดประมาณตัวละครึ่งกิโลกรัม ส่วนกบตัวใหญ่ๆ ก็จะมีแม่ค้าตามร้านอาหารมารับซื้อไปทำเมนูประกอบอาหารขายให้กับลูกค้า ทำให้กลุ่มมีรายได้จากการเลี้ยงกบ และยังได้เงินจากการปันผลของกลุ่มสมาชิกอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ