ส่องพฤติกรรมไทยเที่ยวไทย

วันที่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 06:29 น.
ส่องพฤติกรรมไทยเที่ยวไทย
โดย...ภูวดล โกมลรัตนเสถียร

จากการที่ภาครัฐออกนโยบายกระตุ้น นักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดนเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ที่มีมาตรการหักลดหย่อนภาษีเข้ามาสนับสนุนสำหรับค่าใช้จ่ายในด้านบริการ เช่น ค่าแพ็กเกจทัวร์ ค่าที่พักโรงแรมหรือโฮมสเตย์ ในเมืองท่องเที่ยวรอง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 114.82 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 3.93% ก่อให้เกิดรายได้กว่า 7.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.55% จำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวไทยที่เที่ยวเมืองรองกว่า 60.10 ล้านคนครั้ง ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและก่อให้เกิดรายได้ในเมืองท่องเที่ยวรองรวม 1.65 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.88% จากปีก่อน

บริษัท แบรนด์ เมทริกซ์ รีเสิร์ช ได้สำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย ปี 2561 พบว่า ส่วนใหญ่ 39.2% ของคนไทยที่ตัดสินใจหลักในการท่องเที่ยว คือ ตนเอง รองลงมา 31.8% เป็นคู่สมรส คู่รัก และพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาในการวางแผนล่วงหน้าเพื่อการท่องเที่ยวเฉลี่ยที่ 24.6 วัน และส่วนใหญ่ 53.1% จะระบุเฉพาะชื่อสถานที่ที่จะไป แต่ไม่ระบุช่วงเวลาที่จะไปในระหว่างทริป

จากนั้นพฤติกรรมการหาข้อมูลท่องเที่ยวก่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวไทยจะหาข้อมูลมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว อาหาร เครื่องดื่ม โดยจะหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์เป็นหลัก ส่วนหัวข้อที่นักท่องเที่ยวหาข้อมูลก่อนการเดินทางน้อยที่สุด คือ ตั๋วเดินทางต่างๆ คิดเป็น 17.2% โดยจะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของสายการบิน รถโดยสาร รถไฟ คิดเป็น 53.1% รองลงมาคือ ทราเวลโลก้า 41.6%

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมากที่สุด และแหล่งข้อมูลรองลงมา คือ ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต การรีวิว การบอกเล่าประสบการณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดารา นักแสดง คนมีชื่อเสียง ได้ไปท่องเที่ยว

ขณะที่กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวทำ ระหว่างทริปท่องเที่ยวมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ปลูกป่า ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ 68.7% เที่ยวชมศาสนสถาน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 67% เที่ยวชมตลาดน้ำ ตลาดบก 63.9% โดยภาคใต้ถือเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ชอบไปท่องเที่ยวมากที่สุด คิดเป็น 31.5% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบไปท่องเที่ยวน้อยที่สุด คิดเป็น 12.1%

สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเฉลี่ยของแบบพักค้างคืน จะอยู่ที่ 5,977 บาท/คน/ทริป โดยค่าอาหารมีสัดส่วน ค่าใช้จ่ายมากที่สุด คิดเป็น 29.8% รองลงมา คือ ค่าเดินทางและค่าที่พัก  ส่วนใหญ่ เป็นการท่องเที่ยวเอง 100% และใช้บริการนำเที่ยว 0.5% และจะท่องเที่ยวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ถึง 95.2% รองลงมา คือ ท่องเที่ยวในวันหยุดยาว 58.4% และในวันธรรมดา ลาพักร้อน 35.4%

เรียกได้ว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ขยายตัวมากขึ้นตามแรงกระตุ้นภาครัฐ ซึ่งปีนี้อาจเห็นสัญญาณขยายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2561 การท่องเที่ยวในประเทศจะเกิด รายได้กว่า 58,025 ล้านบาท เติบโต 7.2% โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากจำนวนทริปที่เพิ่ม และค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกประเภท

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต