กระเช้าของขวัญอ่วม นโยบายงดรับต้านโกงกระทบชิ่งเอสเอ็มอี

วันที่ 13 ธ.ค. 2561 เวลา 04:36 น.
กระเช้าของขวัญอ่วม นโยบายงดรับต้านโกงกระทบชิ่งเอสเอ็มอี
นายกสมาคมของขวัญฯ หวังรัฐพิจารณายกเลิกนโยบายไม่รับกระเช้าปีใหม่ เร่งช่วยเอสเอ็มอีเจาะตลาดของที่ระลึกท่องเที่ยว

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า จากการที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชน ได้ดำเนินนโยบายงดมอบ รับของขวัญ หรือ No Gift Policy เพื่อลดโอกาสการติดสินบนเจ้าหน้าที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจกระเช้าของขวัญ ของชำร่วย รวมถึงผลไม้รายเล็กที่ทำให้มี ยอดขายลดลง แม้ในปีนี้ภาพรวมยังไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากหลายหน่วยงานเล็งเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ดังนั้น สมาคมยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ที่นำนโยบายดังกล่าวมาใช้ คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มที ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงจะส่งผลต่อบรรยากาศและจิตวิทยาของ ผู้บริโภคถึงการรับของขวัญของชำร่วยคือการคอร์รัปชั่น ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้ตลาดของขวัญของชำร่วยในช่วงปลายปีซบเซาต่อเนื่อง และอาจทำให้มูลค่ากลุ่มสินค้าของขวัญตามเทศกาลฤดูกาล โดยเฉพาะกระเช้าของขวัญมีมูลค่าต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

"กระเช้าของขวัญของชำร่วยเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในช่วงท้ายปี ซึ่งหากยังคงดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อเนื่อง อาจทำให้ผลกระทบและตัวเลขความเสียหายเพิ่มขึ้น" นายจิรบูลย์ กล่าว

ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ ผู้ประกอบการรายใหญ่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดบน โดยจัดกระเช้าของขวัญพรีเมียม เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจที่ยังคงส่งมอบกระเช้าให้แก่กัน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีมานาน ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวหาช่องทางอื่นเพื่อสร้างรายได้ เช่น ธุรกิจใหม่สำหรับของที่ระลึกในเมืองท่องเที่ยว

ทั้งนี้ สมาคมของขวัญฯ ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เร่งส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของที่ระลึก เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยว ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ โดยให้การสนับสนุนการออกแบบ พัฒนา รวมถึงกระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาของขวัญยุคใหม่ และใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกันเตรียมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดทำโมเดลร้านของที่ระลึกในชุมชน โดยใช้แพลตฟอร์มจากสมาคมและภาคเอกชนเข้าช่วย เชื่อมโยงร้านค้าชุมชนและร้านค้าของ ผู้ประกอบการให้มีช่องทางการจำหน่ายมากขึ้น เพื่อทดแทนและลดความเสี่ยงจากผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว รวมถึงสร้างช่องทางให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน

น.ส.ณาตยา สุริยภาณุมาศ ผู้จัดการโครงการอาวุโส บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ หรือนีโอ กล่าวว่า งาน กิฟต์แฟร์ 2018 เทศกาลของขวัญของตกแต่งบ้านส่งท้ายปี ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 ธ.ค.นี้ ได้นำสินค้าจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% รวมถึงนำเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคาสูงสุด 50% ซึ่งเชื่อว่าในช่วงปลายปีพฤติกรรมของคนยังต้องการซื้อของขวัญเพื่อมอบให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่

สำหรับยอดขายภายในงานตลอด 5 วัน คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท แม้จะไม่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และยังมีนโยบายงดมอบรับของขวัญก็ตาม