ราคาน้ำมันร่วงหนักสุด10ปี

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 10:23 น.

ราคาน้ำมันร่วงหนักสุด10ปี

น้ำมันร่วง 21% เดือน พ.ย. ดิ่งหนักสุดรอบ 10 ปี ด้านกลุ่มโอเปกนอกโอเปกเล็งถกลดผลิตสัปดาห์หน้า

บลูมเบิร์กรายงานว่า ความวิตกเรื่องปริมาณน้ำมันล้นตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงหนักถึง 21% ในเดือน พ.ย. ซึ่งนับเป็นเดือนที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์งวดส่งมอบเดือน ม.ค. ลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 59.51 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเวสเทกซัสงวดส่งมอบเดือน ม.ค. ปรับลงมาอยู่ที่ 51.38 ดอลลาร์/บาร์เรล วานนี้

รายงานระบุว่า หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะ 86.74 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงสุดรอบ 4 ปีเมื่อเดือน ต.ค. ราคาน้ำมันได้ปรับตัวลงอย่างรวดเร็วกว่า 30% เนื่องจากความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันล้นตลาด รวมถึงความขัดแย้งทางการค้าจีนและสหรัฐที่จะฉุดความต้องการใช้น้ำมัน

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันขยับขึ้นมา เล็กน้อย หลังมีรายงานว่าสหรัฐ ซาอุดิอาระเบีย และรัสเซีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดในโลก 3 ชาติ จะคุยกันนอกรอบการประชุม จี20 เกี่ยวกับตลาดน้ำมัน

หลังจากนั้นกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) และรัสเซีย แกนนำกลุ่มนอกโอเปก จะประชุมกันในวันที่ 6-7 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องการปรับลด กำลังผลิต โดยรอยเตอร์สรายงานว่า รัสเซียเห็นพ้องลดการผลิตลง 3 แสนบาร์เรล/วัน หลังซาอุดิอาระเบียเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะลดการผลิตน้ำมันลงเช่นกัน และเสนอให้ชาติโอเปกลดการผลิตลง 1 ล้านบาร์เรล/วัน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าหากโอเปกและกลุ่มนอกโอเปกเริ่มปรับลดกำลังการผลิตในปีหน้า อาจส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากหินดินดาน (เชลออยล์) ในสหรัฐกลับมาเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งคาดว่าจะกดดันราคาน้ำมันยิ่งขึ้นในอนาคต

ล่าสุดนั้น สำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สินค้าคงคลังน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 พ.ย. ไปอยู่ที่ 450.49 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐยังอยู่ที่ 11.7 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งยังคงเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ด้าน นายเบนจามิน ลู่ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากบริษัท ฟิลิป ฟิว เจอร์ส กล่าวว่า การผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นของสหรัฐจะเป็นปัจจัยหลักกดดันราคาน้ำมันในปีหน้า

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ