รฟท.ลุยฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินสถานีแม่น้ำกว่า200ราย

วันที่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 19:22 น.
รฟท.ลุยฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินสถานีแม่น้ำกว่า200ราย
รฟท.พบผู้บุกรุกพื้นที่ย่านสถานีแม่น้ำ 200 ราย ลุยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ใน 3 เดือน พร้อมฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 113 ล้านบาท

นายสมยุทธิ์ เรือนงาม รองผู้อํานวยการด้านปฏิบัติการ ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยว่าจากกรณีที่ลงตรวจที่ดินย่านสถานีแม่น้ำแล้วพบว่ามีผู้บุกรุกหรือรุกล้ำ 86 ไร่ เทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของที่ดินทั้งหมด ดังนั้นประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) มีมติให้เร่งดำเนินรื้อย้ายเนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวจะต้องถูกพัฒนาเป็นที่เชิงพาณิชย์แปลงงามริมแม่น้ำเจาะพระยาภายในเวลา 2 ปีนับจากนี้ ตามตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556

สำหรับที่ดินแปลงนี้ มีพื้นที่ทั้งหมด 260 ไร่ โดยก่อนหน้านี้ ได้ให้บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เช่าบางส่วน ซึ่งสัญญามีอายุ 20 ปี ภายหลังจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าบริษัทได้ส่งมอบอาคารและพื้นที่คืนการรถไฟแล้ว แต่ปัจจุบันมีผู้บุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ในอาคารและที่ดินโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 40 ราย และมีเพียง 17 รายเท่านั้นที่มีสัญญาเช่า คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 86 ไร่ 35 ตารางวา หรือคิดเป็น 137,740 ตารางเมตร หรือร้อยละ 33 ของที่ดินทั้งแปลง โดยมีการใช้ประโยชน์เป็นลานจอดรถบรรทุกกล่องเก็บวัสดุ ที่พักคนงาน มีกองขยะกองเศษวัสดุ กองเก็บทรายหิน อู่ซ่อมรถ และเครื่องจักรขนาดใหญ่

รฟท.ต้องทำเรื่องฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกย่านสถานีแม่น้ำ จำนวนกว่า 200 ราย ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่โดยไม่มีสัญญาเช่า 38 ราย กลุ่มบริษัทรายใหญ่มีสัญญาเช่า 19 ราย ซึ่งทยอยหมดอายุสัญญาเช่าในปี 2562 และกลุ่มผู้บุกรุกที่เป็นชาวบ้านรายย่อยอีกกว่า 150 ราย

นายสมยุทธิ์กล่าวต่อว่าจะใช้เวลา 3 เดือนเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้บุกรุกทั้งหมดและแก้ปัญหาดังกล่าวให้จบ ข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ 15 รายและปลอมเอกสารสิทธิ์สัญญาเช่าที่ดิน 1 ราย โดยจะดำเนินการฟ้องแพ่ง 40 ราย คิดเป็นค่าเสียหาย 113 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนมกราคม 2562 เนื่องจากหลังจากนี้อีก 2 ปีการรถไฟจะเปิดให้ประมูลสถานีแม่น้ำเพื่อนำไปพัฒนาต่อไป ราคาประเมินเบื้องต้นของกรมธนารักษ์อยู่ที่ตารางวาละ 62,500 บาทหรือคิดเป็นไร่ละ 25 ล้านบาท

กลุ่มผู้บุกรุกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่โดยไม่มีสัญญาเช่า กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มบริษัทรายใหญ่ และกลุ่มที่สามผู้บุกรุกที่เป็นชาวบ้านแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือคนทำงานให้กับบริษัทผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่และสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว และกลุ่มที่สองคือกลุ่มชาวบ้านผู้บุกรุกทั่วไป

ขณะที่หนึ่งในผู้บุกรุก กล่าวว่า ได้อยู่ในพื้นที่มาแล้วประมาณ 3 ปีแต่ก่อนหน้านี้ได้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและคิดว่าการรถไฟฯ จะออกสัญญาเช่าให้ แต่สุดท้ายไม่ได้ต่อสัญญาและได้แจ้งให้ตนเองทราบแล้วมาประมาณ 1 ปีแต่ไม่ได้ย้ายออกโดยหลังจากนี้ยืนยันว่า จะวางแผนย้ายออกภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนเรื่องค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายให้แก่การรถไฟกว่า 4 ล้าน 9 แสนบาทก็อาจจะขอดำเนินการประนอมหนี้ต่อไป