ทรัสต์ SHREIT ขยายทรัพย์สินโรงแรมในอาเซียน

Sponsored Content
วันที่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 16:10 น.
ทรัสต์ SHREIT ขยายทรัพย์สินโรงแรมในอาเซียน
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และถือเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศต่างๆ ในอาเซียน โดยข้อมูลจากการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 37 พบว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนภูมิภาคอาเซียนกว่า 126 ล้านคน ทะลุเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ที่ 121 ล้านคน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 7 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ ‘SHREIT’ เป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปัจจุบันซึ่งเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมในต่างประเทศ โดยเน้นการลงทุนในทรัพย์สินโรงแรมที่มีศักยภาพในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกองทรัสต์นี้อยู่ภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทรัสต์อิสระซึ่งมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทรัสต์ และมีประสบการณ์สูงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดย SHREIT เตรียมเดินหน้าเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมจำนวน 2 แห่ง ณ จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ อย่างเกาะบาหลีและกรุงกัวลาลัมเปอร์

การลงทุนเพิ่มของ SHREIT ครั้งนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนในทรัพย์สินรวมกันไม่เกินประมาณ 174 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 6,084 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการเสนอขายหน่วยทรัสต์ที่ออกใหม่จำนวนไม่เกิน 415 ล้านหน่วย และการกู้ยืมเงินอีกไม่เกินประมาณ 67.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 2,363 ล้านบาท โดยหลังจากการเพิ่มทุนคาดว่ามูลค่าทรัพย์สินรวมที่กองทรัสต์เข้าลงทุนจะสูงกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเป็นเท่าตัวจากเดิมประมาณ 4,171 ล้านบาท (อ้างอิงจากงบการเงินสอบทานสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561) และจะขึ้นแท่นเป็นกองทรัสต์ประเภทโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย เมื่อเทียบกับกองทรัสต์โรงแรมกองอื่นๆ ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

ทรัพย์สินที่ SHREIT จะลงทุนเพิ่มเติมทั้งสองแห่งล้วนตั้งอยู่ในแหล่งที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะเกาะบาหลี ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เข้ามาเยี่ยมเยือนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีกิจกรรมนันทนาการสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจที่หลากหลาย และมีศิลปะวัฒนธรรมแบบฮินดูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 5.5 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 6.5 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งรัฐบาลของประเทศอินโดนีเซียได้สนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านการให้ฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจาก 169 ประเทศทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวขยายตัวอย่างรวดเร็วในอัตราเฉลี่ยกว่า 14.6% ต่อปี ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort เป็นหนึ่งในโรงแรมระดับ 5 ดาวเพียงไม่กี่โรงแรมในโครงการ ITDC Tourism Complex Nusa Dua เขต Budang ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการโดยรัฐบาล เนื่องจากพื้นที่ของโครงการดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลและมีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โรงแรมดังกล่าวจึงมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ นอกจากนี้พื้นที่ของโครงการ ITDC Tourism Complex Nusa Dua สามารถเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบิน Ngurah Rai International Airport (Denpasar) ผ่าน Mandara Toll Road โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที

ขณะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของทรัพย์สินที่ SHREIT จะเข้าลงทุนอีกหนึ่งแห่งเป็นเมืองหลวงของประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ยังถูกจัดอันดับอยู่ใน TOP 10 ของเมืองที่มีจำนวนนักเดินทางจากต่างประเทศซึ่งเข้ามาท่องเที่ยวและทำธุรกิจมากที่สุดในโลก ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของนักเดินทางจากต่างประเทศตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.8% ต่อปี และนอกจากนักเดินทางจากต่างประเทศแล้ว กรุงกัวลาลัมเปอร์ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 12.3% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur ยังเป็นโรงแรมแห่งเดียวในเขต Chow Kit ซึ่งอยู่ใกล้ย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่อยู่ภายใต้การบริหารโดยแบรนด์นานาชาติที่มีชื่อเสียง ทำให้โรงแรมสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมาตรฐานการบริการของโรงแรมในระดับมาตรฐานสากลด้วยราคาห้องพักที่สามารถแข่งขันกับโรงแรมนานาชาติอื่นๆ ในย่านศูนย์กลางธุรกิจได้

จากความโดดเด่นของทรัพย์สินโรงแรม ทั้งทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ และทรัพย์สินใหม่ที่จะเข้าลงทุนเพิ่ม ซึ่งล้วนเป็น International Branded Hotel ที่มีชื่อเสียงและได้รับมาตรฐานในระดับโลก และศักยภาพการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งวิสัยทัศน์การคัดสรรทรัพย์สินที่กองทรัสต์ SHREIT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติม ติดปีกให้กองทรัสต์ SHREIT เป็นอีกหนึ่งกองทรัสต์โรงแรมที่มีโอกาสในการเติบโต ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน …

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sh-reit.com

หมายเหตุ : ข้อมูลทางสถิติอ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่ทางสาธารณะ