โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ เปลี่ยนทุกสัมผัส สนนราคาเริ่มต้น 1.44 ล้าน

  • วันที่ 10 พ.ย. 2561 เวลา 12:33 น.

โตโยต้า คัมรี่ ใหม่  เปลี่ยนทุกสัมผัส สนนราคาเริ่มต้น 1.44 ล้าน

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ตลาดรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ถือเป็นอีกตลาดที่ “เคย” ได้รับความนิยมในการแสดงออกทางฐานะในสังคมและเป็นตัวบ่งบอกความสำเร็จ แต่เมื่อพฤติกรรมทางสังคมประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปบริษัทผู้ผลิตอย่าง “โตโยต้า” ที่มีรถเรือธงในกลุ่มดังกล่าวจึงได้มีการเปิดตัว “โตโยต้า คัมรี่ ใหม่” ลงสู่ตลาดสร้างความคึกคักอีกครั้งในช่วง ต้นเดือน พ.ย.

มาซาโตะ คัสซึมาตะ หัวหน้าฝ่ายวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า รถยนต์คันนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในแง่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากการวางกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมเป็นผู้บริหารระดับสูงสู่ผู้บริหารยุคใหม่เนื่องจากปัจจุบันมีการประสบความสำเร็จในชีวิตเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงผู้บริหารยุคใหม่มีความชื่นชอบในการขับรถด้วยตัวเองจากเดิมที่จะต้องมีพนักงานขับรถ

ดังนั้น ตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ (ดี-เซ็กเมนต์) ในระดับราคา 2 ล้าน จึงมีการแข่งขันที่รุนแรงและเติบโตสูงจากทั้งผู้เล่นฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับตลาดดังกล่าวนี้ จึงส่งผลให้ โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดนี้

“โพสต์ทูเดย์” ได้มีโอกาสเข้าร่วมลองขับรถยนต์รุ่นดังกล่าวและต้องพบกับความน่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ “โตโยต้า” นำเอา โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ มาให้คณะสื่อมวลชนกว่า 60 ชีวิต ได้สัมผัสกันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพราะโดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ที่มีการจัดกิจกรรมให้ได้ลองขับกันจะพยายามสื่อสารถึงความเป็นไลฟ์สไตล์และความภาคภูมิใจในการครอบครองของรถประเภทนี้

โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ที่เรียกว่า Toyota New Global Architecture (TNGA) เป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ซึ่งช่วยผสานยานยนต์กับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่ง โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ คงต้องใช้คำว่าเปลี่ยนใหม่ทั้งคัน เพราะไม่ใช่แค่เปลี่ยนตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่ยังเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนารถยนต์คันนี้ขึ้นมาอีกด้วย

รถยนต์คันนี้มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ 3 ทางเลือกได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ซึ่งเราได้มีโอกาสลอง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร และ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร

สำหรับด้านการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและเป็นจุดที่ชอบเลยคือ เส้นสายรายละเอียดรอบคันที่ดูมีพลังและดูมีส่วนหนักแน่นทั้งซุ้มล้อและฝากระโปรงซึ่งกระจังหน้าถึงแม้จะดูอลังการล้ำหน้าแบบอวกาศไปนิดแต่ดูผ่านๆ ก็ไม่ขี้เหร่แต่อย่างใด ที่ถูกอกถูกใจคือด้านท้ายที่ดูมีความลงตัวของความโค้งมนและความเหลี่ยมคมได้เป็นอย่างดี

ภายในห้องโดยสารแปลกตาอย่างน่าสนใจเพราะการออกแบบดีไซน์ใหม่ทำให้ดูมีความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งขึ้นทั้งในด้านการใส่มาของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็นอย่างเหนือความคาดหมาย ที่โตโยต้าพยายามจะชูจุดเด่นขึ้นมาเลยคือ ระบบความบันเทิงของ JBL ที่มาพร้อมด้วยลำโพง 9 ตำแหน่ง อีกทั้งเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รวมถึง หลังคาซันรูฟ เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบไร้สาย ส่วนที่นั่งด้านหลังมีระบบควบคุมระบบปรับอากาศและเครื่องเสียงแบบระบบสัมผัส รวมถึงเบาะที่นั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้อีกด้วย

ระบบความปลอดภัยโตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ ทั้งระบบความปลอดภัยก่อนการชน ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องทางพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งมีความฉลาดมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และถุงลมนิรภัย 9 ลูก จากเดิม 7 ลูก ที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งสองรุ่นนี้ สิ่งที่ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าในอีกด้านหนึ่งก็คือ มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำทำให้มั่นอกมั่นใจในการขับขี่ได้ดีขึ้น มีการขยายฐานล้อเพิ่มความกว้างภายในห้องโดยสาร

สมรรถนะการขับขี่สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ให้อัตราการตอบสนองที่ดีและโดดเด่นที่ช่วงล่างมีความนุ่มนวลซึมซับแรงกระแทกได้ดีจนต้องร้องว้าว การควบคุมรถสามารถทำได้อย่างง่ายดายและมีระบบช่วยเหลือให้ขับขี่ง่ายอีกเพียบ ทั้งพวงมาลัยปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย (มีทั้งสองรุ่น)

ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ให้การตอบสนองที่ดีกว่ารุ่นไฮบริดและความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ โดยความแตกต่างของรุ่นนี้กับไฮบริดคือการปรับตั้งค่าช่วงล่างให้มีความแน่นหนึบมากยิ่งขึ้นรวมถึงอัตราเร่งที่ถึงอกถึงใจ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยช่วงล่างที่อาจไม่นุ่มนวลเท่า

มีโอกาสได้นั่งทั้งในตำแหน่งผู้ขับขี่และผู้บริหาร (นั่งหลัง) ขณะที่ได้ลองขับกันในสนาม ต้องกล่าวอย่างนี้ว่า อาการโคลงตัวเมื่อสาดโค้งแรงๆ ก็มีอยู่บ้าง แต่อารมณ์การโยนตัวและการเหวี่ยงลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สำหรับความสนุกสนานที่มากกว่าอยากยกให้รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แต่ส่วนเรื่องความหรูหราและออปชั่นจัดเต็มนั้นต้องไปรุ่นท็อปสุดรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร

สนนราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ราคา 1.44 ล้านบาท เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ราคา 1.58 ล้านบาท และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ราคา 1.63-1.79 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอและแพ็กเกจความคุ้มครองเพียบ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ