แง้ม"สถาบันผู้นำซีพี"ปากช่อง 440 ไร่ 7,000 ล้าน

วันที่ 30 ต.ค. 2561 เวลา 21:46 น.
แง้ม"สถาบันผู้นำซีพี"ปากช่อง 440 ไร่ 7,000 ล้าน
เปิด"สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์" บนที่ดิน 440 ไร่ที่ปากช่อง และงบลงทุน 7,000 ล้าน กับเป้าหมายสร้างผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต

********************************

โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาดโพสต์ทูเดย์

หลังข่าวยักษ์เจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ไปกว้านซื้อที่ดินปากช่อง จ.นครราชสีมา หลายร้อยไร่ และใช้งบว่ากันว่าเป็นหมื่นล้านบาท ไปสร้างอาณาจักรอาคารทรงคลาสสิกแบบยุโรป มีห้องประชุมห้องพักหลายร้อยห้อง รวมทั้งอาคารข้างเคียงอีก 5 หลัง ซึ่งเริ่มสร้างปี 2555 มาเสร็จปี 2558 มาถึงขณะนี้โครงการดังกล่าวได้เปิดตัวในนาม “สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์” (C.P.Leadership Institute : CPLI)

วรรณวิรัช วิรัชนิภาวรรณ รองผู้อำนวยการ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กล่าวว่า งบลงทุนขณะนี้ 7,000 ล้านบาท พื้นที่สร้างอาคาร 145 ไร่ จากที่ดินทั้งหมด 440 ไร่ ตั้งที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มี 5 อาคาร โดยอาคารหลักอาคารฝึกอบรมมี 5 ชั้นทรงคลาสสิกแบบยุโรป มีห้องพักกว่า 240 ห้อง มีการผลิตผู้นำรวมรุ่นล่าสุด 4 รุ่น เฉลี่ยรุ่นละกว่า 200-400 คน

หลักคิดในการสร้างผู้นำของสถาบัน คือสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เพื่ออนาคตสำหรับธุรกิจแห่งอนาคตของเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการผ่านการทำงานจริง โดยผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์ต่างๆ ชี้แนะแต่ไม่ชี้นำ ทุกทีมที่ลงไปทำโปรเจกต์จริงผ่านการแอ็กชั่นเลิร์นนิ่งตัดสินใจหน้างานได้เลย หรือเอ็มพาวเวอร์เมนต์ แล้วมารายงานทีหลัง แต่ต้องมีกระบวนการอัพเดท เพื่อไม่ให้ผิดพลาดเยอะ คือผิดพลาดได้แต่อัพเดตเพื่อให้แก้ไขทัน จะได้ไม่เสียหายมากและเป็นการแชริ่งข้อผิดพลาดในกลุ่ม

สำหรับการวัดผลจะดู 2 หลัก คือ 1.ภาวะผู้นำหรือลีดเดอร์ชิพ โดยผู้นำในดีเอ็นเอของซีพีจะวัด 3 แกน คือ ดี-เก่ง-มีพลัง ซึ่ง “ดี” จะล้อตามซิกคอร์แวลูของซีพีเรื่อง 3 ประโยชน์ คือความเสียสละ ทำมากได้น้อย และให้เครดิตคนอื่นก่อน รับผิดชอบมุ่งมั่น ด้วยการประเมินแบบ 360 องศาจากคนรอบตัวตามสเกลที่ให้ไปรวมถึงเมนทอล ส่วน “เก่ง” จะมองเรื่องความครบเครื่อง มีความเป็นเถ้าแก่ สามารถโยงทรัพยากรต่างๆ มาทำให้งานเกิด ถ้าไม่เชี่ยวชาญต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญมาทำวัดผลได้เป็นโปรเจกต์ ขณะที่การวัดว่า “มีพลัง” จะดูว่ามีคนอยากร่วมงานและทำงานกับคุณมากน้อยแค่ไหน คุณมีพลังโน้มน้าวปลุกให้ทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ย่อท้อ และ 2.วัดผลการประกอบทางธุรกิจหลังจากทำโครงการช่วยให้รายได้เพิ่มแค่ไหนวัดตามเคพีไอปกติบิซิเนสโมเดลใหม่ กำไรขาดทุน การพัฒนา ความยั่งยืนของโปรเจกต์

ทั้งนี้ ผ่านมา 3 รุ่น ขณะนี้เป็นรุ่น 4 อบรมมา 2 เดือนจากทั้งหลักสูตร 6 เดือน เห็นการเปลี่ยนแปลงการส่งผ่านความรู้ เพราะหลักสูตรเน้นการปฏิบัติ ทั้งทีเด็ด คือคีย์ซัคเซสแฟกเตอร์ และความผิดที่ไม่ไปซ้ำรอยเดิม ตัวหลักสูตรดีขึ้น จากเนื้อหาที่เกิดจากการทำจริง เข้าใจสเปกในการเลือกการพัฒนาดีขึ้น ด้านผลผลิตที่เกิดขึ้นจากสถาบันสร้างผู้นำซีพี เช่น โมเดลธุรกิจร้านอาหารรุ่นใหม่ของเมืองไทย ที่ทางจีนเอาไปขยายเปิดร้านแล้วที่จีน จำนวนแบรนด์สินค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น

“คุณธนินท์ (เจียรวนนท์) ให้ความสำคัญโครงการนี้มาก จะมาฟังการสรุปผลงานของผู้นำที่ลงไปปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยให้สรุปใน 3 เรื่อง คือ 1.คีย์ซัคเซสที่ผู้นำคนนั้นใช้ทำให้โครงการสำเร็จเพื่อนำเอามาแชร์กัน 2.ปัญหาที่เจอมาแก้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ได้ทำอย่างไรจึงสำเร็จ และ 3.ปัญหาที่เจอถ้าแก้ไม่ได้ ต้องเอามาบอก จะได้หาทางช่วยกัน หรือจะหาคนที่รู้เข้าไปช่วย คุณธนินท์จะมาฟังผู้นำที่ไปปฏิบัติงานจริงมาให้พูด 3 เรื่องนี้” วรรณวิรัช กล่าว

ด้าน สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า บุคลากรที่ได้จากสถาบันสร้างผู้นำซีพีเข้าไปช่วยให้ธุรกิจซีพีเอฟเดิม ที่ทำฟีด-ฟาร์ม-ฟู้ด อาหารสัตว์เลี้ยงและแปรรูปพัฒนามีผลงานใหม่ โดยมาช่วยลดต้นทุน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการพัฒนาวิธีส่งกุ้งแบบเป็นๆ ไม่ต้องอยู่ในน้ำอัดออกซิเจนได้นานขึ้น โดยทีมได้คิดวิธีน็อกกุ้งเป็นใส่กล่องโฟม พอส่งไปถึงร้านค้านำกุ้งไปใส่ในน้ำ กุ้งก็จะฟื้นขึ้นมามีชีวิตเหมือนเดิม ทำให้กุ้งที่ส่งไปสดมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยตอนนี้ขนส่งได้นาน 3-4 ชั่วโมง จากนี้จะพัฒนาให้น็อกได้นาน 7 ชั่วโมง เพื่อจะได้ส่งกุ้งเป็นๆ ออกไปจีน ซึ่งได้ราคาสูงมาก

“กลุ่มพวกนี้จะเหมือนเป็นสตาร์ทอัพ เป็นเด็กจบการศึกษามาใหม่ จากนั้นมาสร้างให้เป็นเถ้าแก่เล็ก-เถ้าแก่กลาง-เถ้าแก่ใหญ่ เพื่อไปเป็นผู้นำเครือซีพี 17-18 ประเทศใน 5 ทวีป” สุขสันต์ กล่าว

คงต้องติดตามว่าสูตรสร้างผู้นำที่ซีพีไปศึกษาจากบริษัท เช่น จีอีซัมซุง โบอิง จนตกผลึกเป็น “ซีพีแอลไอ” จะสร้างผู้นำพันธุ์ใหม่สู่ความยั่งยืนได้ขนาดไหน