ผลักดัน'คันทรี่ อิมเมจ' สร้างแบรนด์ไทยสู่สากล

  • วันที่ 26 ต.ค. 2561 เวลา 07:04 น.

ผลักดัน'คันทรี่ อิมเมจ' สร้างแบรนด์ไทยสู่สากล

โดย...จะเรียม สำรวจ       

เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่กี่เดือนกับประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สุริยน ศรีอรทัยกุล ก็เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ดูแล และต่อเนื่องทันที ด้วยการผลักดันแบรนด์สินค้าไทยให้มีชื่อเสียงเทียบเท่า กับแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับคนใหม่จะทำการผลักดันมีด้วยกัน 8 กลุ่มหลัก คือ อัญมณี หัตถกรรม สิ่งทอ เครื่องหนัง เครื่องนุ่งห่ม กระเป๋า อาหารเสริม และเครื่องสำอาง เนื่องจากทั้ง 8 กลุ่มธุรกิจ มีความสำคัญต่อการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณี

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ กล่าวว่า ปัจจุบัน กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีสามารถ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยไม่ต่ำ กว่า 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 4% ของจีดีพีทั้งประเทศ และถ้าหากนำ ทั้ง 8 กลุ่มมารวมกันสามารถสร้าง จีดีพีให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 10% เลยทีเดียว

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจอัญมณีและ เครื่องประดับถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 3 ของประเทศไทยในปี 2560 ที่ผ่านมา รองจากรถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ โดยมีมูลค่าการส่งออก 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.34 แสนล้านบาท ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าส่งออก (ไม่รวมทองคำ) ที่ 3,865.5 ล้าน ดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากรวมทองคำ (ที่ซื้อมาขายไปเพื่อเก็งกำไร) ส่งออกได้รวมที่ 6,328.3 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวที่ 0.6%

ด้วยเหตุนี้ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับคนใหม่จึงอยากจะผลักดันให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีการขยายตัวทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าสินค้าแบรนด์ไทยมีอะไรบ้าง และมาประเทศไทยควรซื้อสินค้าประเภทไหน เพื่อให้ประเทศไทยเหมือนกับหลายๆ ประเทศ เช่น มาประเทศไทยต้องซื้อยาหม่อง กระเป๋าหนัง และหมอนยางพารา เป็นต้น เพื่อให้เหมือนกับที่เวลาคนไปฝรั่งเศสต้องไปซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม และไปญี่ปุ่นเพื่อไปใส่ชุดกิโมโน เป็นต้น

สุริยน กล่าวต่อไปว่า วาระ 2 ปีที่เข้ามารับตำแหน่งจะพยายามผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จ เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่ผลักดันร่างกฎหมายการ คุ้มครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อป้องกันเด็กบริสุทธิ์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศได้สำเร็จ โดยในเดือน ต.ค.นี้จะเปิดประชุมร่วมกับสมาชิก เพื่อยื่นเรื่องต่อประธาน ส.อ.ท. ก่อนที่จะมีการยื่นเรื่องต่อ ภาครัฐ

เหตุผลที่ทำให้ สุริยน ต้องเดินหน้าผลักดันในเรื่องของการสร้างแบรนด์สินค้ากลุ่มธุรกิจอัญมณี หัตถกรรม สิ่งทอ เครื่องหนัง เครื่องนุ่งห่ม กระเป๋า อาหารเสริม และเครื่องสำอาง เนื่องจากปัจจุบันในต่างประเทศก็เริ่มมีการพยายามผลักดันในเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากประเทศไทยก้าวช้ากว่า อาจทำให้เสียเปรียบทางการค้าได้

ดังนั้น สุริยน จึงพยายามเดินหน้าผลักดันให้ธุรกิจทั้ง 8 กลุ่ม สร้างแบรนด์ให้สำเร็จภายใน 4 เดือนนับจากนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนอกจากภาคเอกชนจะเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการสร้างแบรนด์แล้ว ในส่วนของภาครัฐเองในฐานะ ผู้กำกับดูแลก็ต้องเข้ามาสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อการผลักดันการสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้ต่างชาติ รู้จักสำเร็จในระยะเวลาที่รวดเร็ว

สุริยน กล่าวปิดท้ายว่า "เราต้องประกาศการเป็น 'คันทรี่ อิมเมจ' ให้ได้ในเร็ววันนี้ เพราะถ้าเราทำสำเร็จทั้ง 8 กลุ่มธุรกิจจะสร้างรายได้เข้าประเทศ ไทยอย่างมหาศาล จากเดิมรายได้หลัก ส่วนหนึ่งของไทยจะเน้นไปที่การส่งออก แต่ถ้าเราสามารถสร้างแบรนด์สินค้าและดึงต่างชาติเข้ามาซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้นได้สำเร็จ สัดส่วนจีดีพีของประเทศที่ 10% มาจาก 8 กลุ่มธุรกิจต้องเพิ่มขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน"

สำหรับภาพรวมธุรกิจส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ของไทยในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ที่ 5% เนื่องด้วยหลายตลาดการส่งออกยังขยายตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว เช่น สหรัฐ กัมพูชา เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม ขณะที่ช่วงปลายปีโดยเฉพาะในไตรมาส 4 ยอดสั่งซื้อในทุกปีจะเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ และอื่นๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของเงินบาทที่มี ทิศทางอ่อนค่าได้ส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขัน ส่วนปัจจัยลบคือ สงครามการค้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบ รวมถึงวิกฤตการเงินในตุรกีก็คาดจะกระทบไทยน้อยเพราะตุรกีไม่ใช่ตลาดหลักอัญมณีไทย

อย่างไรก็ดี หากทุกฝ่ายจับมือกันเพื่อสร้าง "คันทรี่ อิมเมจ" ให้กับประเทศ ไทยเกิดขึ้นได้เร็วๆ นี้ เชื่อว่าไทยจะได้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศได้อีกมหาศาล เพราะนักช็อปต่างชาติกระเป๋าหนักมากพอควร

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ