นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ พีพีวีลุยทุกการขับขี่ สนนราคา 1.31-1.42 ล.

  • วันที่ 13 ต.ค. 2561 เวลา 07:04 น.

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ พีพีวีลุยทุกการขับขี่ สนนราคา 1.31-1.42 ล.

โดย...ภูวดล โกมลรัตนเสถียร

โพสต์ทูเดย์ได้ทดสอบสมรรถนะของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ หลังจากที่ประกาศขายทำตลาดในไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของค่ายนิสสัน เพราะเป็นครั้งแรกและเป็นน้องใหม่ในตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์พัฒนาบนพื้นฐานรถกระบะหรือพีพีวี

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 1,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด โดยมี 3 รุ่นย่อย แบ่งเป็น ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ 2 รุ่น และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ช่วยกระจายแรงบิดสำหรับเส้นทางขรุขระหรือการขับขี่แบบออฟโรด

โพสต์ทูเดย์ได้มีโอกาสทดสอบทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ บนเส้นทางออฟโรดและออนโรดใน จ.เชียงราย โดยเริ่มจากการทดสอบในรถรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ในเส้นทางตามสวนและร่องน้ำธรรมชาติ พบว่า สามารถลุยผ่านเส้นทางต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีอัตราการเร่งที่น่าพึงพอใจ สามารถส่งแรงบิดขณะที่ขับผ่านโคลน ทราย และสามารถรองรับแรงกระแทกเวลาตกหลุมได้อย่างดี

ถัดมาเป็นการทดสอบในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ขึ้นลงเนินสลับตามเส้นทางธรรมชาติ อีกทั้งมีสถานีทดสอบทั้งเส้นทางมุมเอียง เนินเขาสูง โดย นิสสัน เทอร์ร่า ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น Shift - on - the- fly เพื่อเปลี่ยนการขับขี่แบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วสูงและความเร็วต่ำไว้เสริมกำลังแรงฉุด สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ หรือปีนขึ้นที่สูง

นิสสันยังมีระบบเทคโนโลยีช่วยออกตัวบนทางลาดชัน รวมถึงเทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และป้องกันการลื่นไหล เพื่อกระจายแรงขับขี่ไปที่ล้อแต่ละข้างเพื่อช่วยในกรณีที่ถนนลื่นไหล ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและสามารถลุยไปในภูมิประเทศต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ ยังได้ลองขับนิสสัน เทอร์ร่า ลุยน้ำขังในสถานีจำลอง พบว่าสามารถเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง และไม่พบน้ำท่วมเข้ามาในตัวรถ โดยทางทีมวิศวกรผู้ออกแบบของนิสสันได้ ระบุว่า นิสสัน เทอร์ร่านี้ แม้จะมีระยะความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถที่ 225 มิลลิเมตร แต่ก็สามารถลุยน้ำได้อย่างไม่มีปัญหา หรือมีน้ำเข้ามาในตัวรถที่ระดับความลึก 450 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาด แต่ก็เป็นการลุยน้ำ ที่ไม่เจอปัญหาน้ำเข้ามาในตัวรถอย่างแน่นอน

ขณะที่ช่วงล่างต้องยกนิ้วให้กับความนุ่มนวล จากจุดเด่นของโครงสร้างช่วงล่างแบบลดการสั่นสะเทือน 2 ชั้น มียางรองตัวถังเพื่อซับแรง 10 จุดในแต่ละด้าน เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างเดิมของนาวาร่า รวมถึงระบบกันสะเทือนด้านหลังคอยล์สปริงแบบ 5 ลิงค์ และเหล็กกันโคลง ซึ่งช่วยลดอาการโคลงและเก็บอาการสะเทือนได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับในเส้นทางออนโรด จากการลองขับกว่า 150 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางช่วงขึ้นพระตำหนักดอยตุง ดอยผาฮี้ ที่มีเส้นทางขึ้นลงเขาและคดเคี้ยว พละกำลังของเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ด้านในของห้องผู้โดยสาร นิสสัน เทอร์ร่า ถือเป็นพีพีวีรุ่นแรกที่ติดตั้งกระจกบังลมหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน หรือ Acoustic Glass และมีชั้นฟิล์มระหว่างชั้นกระจกเป็นฉนวนกันเสียง หนากว่ากระจกลามิเนตทั่วไป ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากพื้นถนน เสียงยาง เสียงลมปะทะ ทำให้ภายในห้องโดยสารมีความเงียบสบายหากเทียบกับรถในตลาดเดียวกัน

ส่วนการตกแต่งภายใน มาด้วยดีเทล เช่น หน้าจอแสดงผล 3 มิติขนาด 5 นิ้ว สั่งงานผ่านปุ่มควบคุมพวงมาลัย แสดงผลสถานะข้อมูล เช่น ออฟโรดมิเตอร์ องศาทิศทางของรถ ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ส่วนการเข้า-ออกเบาะนั่งแถวที่ 2 มาพร้อมกับระบบพับเบาะอัตโนมัติที่สั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ

ขณะที่ไฮไลต์ของระบบเทคโนโลยีของนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ มาพร้อมเทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวรอบคัน รวมถึงเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตา

นิสสัน เทอร์ร่า รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคาจะเริ่มที่ 1.31-1.35 ล้านบาท ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาที่ 1.42 ล้านบาท ด้วยราคาที่น่าสนใจหากเทียบกับคู่แข่ง และการอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีของระบบอัจฉริยะดังกล่าว จะช่วยตอบโจทย์ความปลอดภัยของผู้ใช้  ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี และอาจเห็นนิสสัน เทอร์ร่า ที่แม้จะมาช้าในตลาดรถพีพีวี แต่ก็สามารถประกาศท้าชนกับแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ ในตลาด หลายค่ายมีร้อนมีหนาวอย่างแน่นอน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ