'ราชาเฟอร์รี่'กางแผนธุรกิจ รับท่องเที่ยวคึกหลังเลือกตั้ง

  • วันที่ 06 ต.ค. 2561 เวลา 07:02 น.

'ราชาเฟอร์รี่'กางแผนธุรกิจ รับท่องเที่ยวคึกหลังเลือกตั้ง

ราชาเฟอร์รี่ควัก 130 ล้าน เพิ่มเรือลำที่ 3 ของปี รองรับแนวโน้มท่องเที่ยวสดใส คาดทั้งปียอดผู้ใช้บริการแตะ 1.5 ล้านคน รายได้โต 5-7%

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ หรือ RP เปิดเผยว่า สัญญาณการเลือกตั้ง ที่ชัดเจนในปี 2562 จะสนับสนุนให้ ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและยุโรป รวมถึงสัญญาณการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังจาก สายการบินต้นทุนต่ำได้ขยายเส้นทางบินมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้แนวโน้มการ ท่องเที่ยว รวมทั้งการเดินทางและขนส่งจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น บริษัทจึงวางแผนลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับอานิสงส์ดังกล่าว โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้จะใช้เงินลงทุนเพิ่ม 130 ล้านบาท สำหรับซื้อเรือเฟอร์รี่ใหม่เพิ่มเติมอีก 1 ลำ หลังได้ใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท สั่งซื้อและรับเรือเฟอร์รี่ใหม่เพิ่มมาแล้ว 2 ลำ เพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งทางทะเลที่เพิ่มขึ้นกว่าปีละ 1-2%

ขณะที่แผนการลงทุนระยะ 3 ปี จากนี้ เตรียมขยายพื้นที่ท่าเทียบเรือ โดย จะก่อสร้างท่าเรือดอนสักแห่งที่ 4 และ 5 เพิ่มจากปัจจุบันที่มีจำนวน 3 ท่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความถี่ในการให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่สามารถออกจากท่าเทียบเรือได้ทุกๆ 15 นาที จากปัจจุบันใช้เวลาให้บริการออกเรือได้ทุกๆ 30 นาที เบื้องต้นอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนทั้งหมด รวมถึงจัดทำการขอใบอนุญาต คาดว่า จะทราบผลและงบลงทุนที่ชัดเจนในช่วงต้นปี 2562 และใช้เวลาในการก่อสร้าง 2 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทได้เจรจาขอเช่าที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ บริเวณพื้นที่ของเกาะพะลวย โดยอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้ และขอใบอนุญาตในการพัฒนาเป็นท่าเรือ เชิงพาณิชย์ รองรับการเชื่อมโยงการให้บริการในอนาคต หลังจากที่บริเวณเกาะเต่าจะมีโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ของหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้นบริษัทต้องการที่จะเดินเรือเฟอร์รี่ให้บริการที่เชื่อมโยงระหว่างเส้นทางดอนสัก-สมุยพะงัน-เกาะเต่า-เกาะพะลวย

พร้อมกันนี้ บริษัทต้องการดำเนินธุรกิจที่ให้บริการครบวงจรผ่านระบบมาร์เก็ตเพลส จึงได้ร่วมกับพันธมิตรที่พัก โรงแรมบนเกาะ รวมถึงเครือข่ายการให้บริการอื่นๆ และผู้ประกอบการด้านการขนส่งในการขยายกิจการเดินรถในเส้นทางกรุงเทพฯ-ท่าเรือดอนสัก รวมถึงกระจายสู่ภาคใต้ตอนบน เนื่องจากเห็นสัญญาณการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในช่วงเวลากลางคืนถึงที่หมายในตอนเช้า เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฟูลมูน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาขยายเส้นทางเพิ่มขึ้น

สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 5-7% จากการขยายฐานลูกค้า โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 10-15% อยู่ที่ 1.5 ล้านคน จากปีก่อน 1.3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน ยุโรป รัสเซีย โดยปัจจุบันบริษัทมีกองเรือที่ให้บริการรวม 15 ลำ และจะเป็นผู้นำด้านการขนส่งทางเรือในอนาคต

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ